วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568

เพราะอะไรบางครั้งเราต้องการวันที่ "ไม่ต้องทำอะไรเลย" กับ วันชิลล์เดย์ ของ สมอง ร่างกาย จิตใจ โดย พญ.ทานตะวัน

 


“วันชิลล์เดย์”

เพราะอะไรในบางครั้ง
เราต้องการวันที่ไม่ต้องทำอะไรเลย

วันนี้มีความหมายอย่างไร
ในมิติทางร่างกาย จิตใจ และ สมอง

รายละเอียดดังนี้
--------------------------------------

✍️1. ความหมายทางร่างกาย

✅ ช่วยการพักฟื้นร่างกาย
: เมื่อร่างกายสะสมความเหนื่อยล้ามาตลอดในช่วงที่ผ่านมา
ไม่ว่าจะจากการทำงาน
การออกกำลังกายอย่างหักโหม
หรือ การใช้ชีวิตประจำวันที่แสนยุ่งเหยิง

:) ร่างกายจึงส่งสัญญาณอยาก “พัก” เพื่อซ่อมแซมตัวเองสักหน่อย

-----------------------

✅ ช่วยจัดสมดุลพลังงานร่างกาย
: บางวันร่างกายมีพลังงานต่ำ
เช่น ระดับน้ำตาลในเลือดไม่คงที่
มีภาวะอดนอนสะสม เป็นต้น

:) ร่างกายจึงเกิดความรู้สึกอยากว่า “อยู่เฉย ๆ” เพื่อให้เข้ากับระดับพลังงาน

---------------------------------------
✍️2. ความหมายทางจิตใจและอารมณ์

✅ ใจมีภาวะเครียดสะสม
: จิตใจมีภาวะเผชิญกับความเครียดกดดันมาอย่างต่อเนื่อง

:) ใจจึงต้องการช่วงเวลาวางภาระทางใจลงชั่วคราวบ้าง
ใจจึงต้องการช่วง “ปิดเครื่อง” บ้างอะไรบ้าง

-----------------------------
✅ ใจต้องการการฟื้นฟูทางจิตใจและอารมณ์ จาก "ความเหนื่อยใจ"
: ยิ่งในช่วงที่ใจต้องใช้พลังงานเยอะ
ในการดูแลเรื่องต่างๆ
เช่น ดูแลผู้คน ดูแลงาน หรือ วุ่นวายกับเรื่องต่างๆมากมาย

:) ใจจึงอยากได้ "วันอยู่เฉยๆ" บ้าง
เพื่อฟื้นฟูใจ จากภาวะที่ใจเหนื่อยล้า

---------------------------------
✅ ใจต้องการการปกป้องตัวเอง จากสิ่งเร้า
: จากความรู้สึกถูกเร้า ถูกกระตุ้นตลอดช่วงที่ผ่านมา
ใจจึงต้องการการ “ถอยออกมา” จากสิ่งเร้า สิ่งกระตุ้น
ที่เรียกว่า ภาวะเข้าถ้ำจำศีล

:) ใจจึงขออยู่ "ภาวะเซฟโหมด" บ้าง

-------------------------------------
✅ บุคลิกภาพ เช่น คนบุคลิกภาพแบบอินโทรเวิร์ต
: มักต้องการวันอยู่แบบสงบๆ เงียบ ๆ เพื่อชาร์จแบต
จากการหมดพลังไป ในการใช้ชีวิตที่ต้องพบปะผู้คนในช่วงที่ผ่านมา

:) การได้อยู่แบบสงบเงียบ "จึงต้องมี"

---------------------------------------
✅ คนที่มีภาระมาก
: จึงอยากมีวันเวลาที่รู้สึก “เป็นอิสระ”
จากภาระ พันธะ ผูกพันต่างๆ ชั่วคราวบ้าง

:) ใจจึงเรียกร้อง
- ขอ "ช่วงเวลา"
ที่ไม่ต้องใช้ชีวิตตามกำหนดกฎเกณฑ์บ้างได้ไหม
- ขอมีชีวิตที่เป็นตัวเองบ้างได้ไหม

---------------------------------
✅ ด้านการเติบโตทางจิตใจ
: การไม่ทำอะไรเลย
หลายครั้งไม่ใช่ความขี้เกียจ

แต่ คือ การให้พื้นที่ตัวเอง
ได้อยู่กับความเป็นจริงภายในตัวเองมากขึ้น
เช่น พื้นที่ในการรับรู้เกี่ยวกับตัวเอง
พื้นที่รับรู้สุข-ทุกข์ ในจิตใจ ในร่างกาย
พื้นที่รับรู้
"ความคิด
ความรู้สึก
ความต้องการ
ความปรารถนา
สภาพร่างกาย"
เป็นต้น

โดยเฉพาะคนที่เสียงภายนอก
มักดังกลบเสียงในใจตัวเอง
จนไม่ค่อยได้รับรู้เกี่ยวกับความเป็นตัวเองจริงๆ
เช่น มักรู้ว่าคนอื่นต้องการอะไร
แต่ไม่ค่อยรู้ว่าตัวเองกำลังต้องการอะไร เป็นต้น

:) การมี "ช่วงเวลาที่มีพื้นที่ได้ยินเสียงภายในตัวเอง"
ได้ชัดเจนขึ้น
จึงเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่าความหมายต่อการเติบโตทางใจอย่างมหาศาล

------------------------------------
✍️3. ความหมายทางสมอง

✅ Default Mode Network (DMN)
: งานวิจัยด้านสมองพบว่า
เมื่อเราไม่ได้ทำกิจกรรมที่ใช้การโฟกัสจากสมองมากๆ
สมองส่วน DMN จะทำงานได้อย่างผ่อนคลาย
สมองกลับมาสู่โหมดธรรมชาติเดิมของสมอง
จะนำไปสู่การทำงานของสมองที่มีความคิดอิสระ สร้างสรรค์ ได้ทบทวน และ ได้จัดระเบียบ เรียบเรียงข้อมูลในด้านการเรียนรู้ และ ด้านความจำได้ดีขึ้น

:) สมองจึงต้องการเวลาพักแบบ ฟรีเดย์ ให้สมองบ้าง

-----------------------------
✅ สมองต้องการพื้นที่ว่างๆ โล่งๆ
: หลังจากสมองได้ผ่านการกรำศึกอย่างหนักตลอดสัปดาห์
สมองจะบวมไปด้วยข้อมูลอันท่วมท้น

การอยู่เฉย ๆ ปล่อยให้สมองโล่งๆ
จะช่วยลดภาวะสมองล้าได้อย่างดี

:) สมองจึงต้องการช่วงเวลา
ที่ไม่ต้องเสพข้อมูลโอเวอร์โหลด
เพื่อฟื้นฟูความสดใสให้สมองอีกครั้ง

----------------------------------------
<3 แนวทางดูแลตัวเองในวันชิลล์เดย์

<3 1. พักกาย

- ให้ร่างกายได้พักจริง ๆ
เช่น การนั่งเล่นสบายๆ
การไม่ต้องบังคับตัวเองว่าต้องทำอะไร
และ กินอาหารเบา ๆ ดีต่อสุขภาพร่างกาย ย่อยง่าย

ประโยชน์:
ได้ฟื้นฟูพลังงาน และ ซ่อมแซมร่างกาย

----------------------
<3 2. พักใจ

- ยอมรับความรู้สึกว่า
“วันนี้ฉันอยากพัก” โดยไม่ต้องรู้สึกผิดใดๆ
- การได้รับฟัง "ความรู้สึก ความต้องการ" ในตัวเอง

ประโยชน์:
ได้วางภาระทางใจลงสักครู่
และ ได้มีพื้นที่ทำความรู้จัก
ทำความเข้าใจตัวเองมากขึ้น

---------------------
<3 3. พักสมอง

- ทำกิจกรรมเบา ๆ ไม่สร้างภาระให้สมอง
เช่น ฟังเพลงสบายๆ
อ่านหนังสือผ่อนคลาย
นั่งมองวิวสบายตา
หลีกเลี่ยงการเสพข้อมูลหนัก ๆ เป็นต้น

ประโยชน์:
สมองได้พักผ่อน ได้ฟื้นฟู
สมองจะได้ลดการทำงานหนักลงบ้าง
อย่างน้อยสัก 1 วัน ก็ยังดี

----------------------------
<3 4. ชาร์จแบต

- ในคนบุคลิกภาพอินโทรเวิร์ต
การได้มีเวลาสงบเงียบนิ่งๆ
คือ ช่วงเวลาสวรรค์แห่งการชาร์จพลังชีวิต

- ในคนงานหนักมาตลอด
และ หลายคนมักมีค่านิยมว่า
การทำงานหนักเป็นสิ่งมีคุณค่า
การพักเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง
การไม่ทำงาน เป็นคนไร้ค่า

แนะนำให้กำหนดว่า
“วันนี้คือวันพัก เป็นวันไม่ทำงาน"
"การหายใจทิ้ง" เป็นสิ่งมีค่าในวันนี้

ประโยชน์:
ได้สร้างสมดุลของพลังชีวิต และ จิตใจ

<3 "I'm not lazy, it's just time to relax."
เพราะ เครื่องยนต์ยังต้องการการพัก
ไม่งั้นเครื่องพัง

ร่างกาย และ จิตใจเราก็เช่นกัน
และ
ร่างกาย และ จิตใจเรา
มีค่ากว่าเครื่องยนต์มากมาย
ชนิดที่ประเมินค่าไม่ได้
ไม่มีอะไหล่เปลี่ยนด้วย
จึงควรได้รับการดูแลอย่างใส่ใจอย่างยิ่ง
--------------------------
:) บทส่งท้าย
✍️ ไม่ต้องทำให้ "วันชิลล์เดย์ ” สมบูรณ์แบบ
→ แค่ได้ใช้เวลากับสิ่งที่รู้สึกสบายใจ สบายกาย ก็พอ

✍️ วันนี้เป็น “วันฟังเสียงร่างกายและจิตใจ”
→ อะไรทำให้รู้สึกผ่อนคลายจริง ๆ

---------------------------
#หมายเหตุ
✍️!!! ถ้าใจอยากพักเป็นเวลาหลายวันต่อเนื่อง
จนเริ่มเกิดผลกระทบกับชีวิต !!!
→ อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า อาจมีสิ่งซ่อนอยู่ในใจ
ที่ต้องการการช่วยเหลือดูแลแล้ว
เช่น ภาวะเครียดสะสม อาการซึมเศร้า
แนะนำการปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตใจ
เช่น
จิตแพทย์ หรือ นักจิตวิทยา

✍️ลิงค์รวมรายชื่อ
สถานพยาบาลที่มีจิตแพทย์และสหวิชาชีพด้านสุขภาพจิตทั่วประเทศ
https://web.facebook.com/ThaiPsychiatricAssociation/posts/pfbid02weTzrCBfoMgvTVFhxSqmRshYhQWEFS3Vj1KHhpP2xBT5RzADyzWzxKCsLVuvoTuHl

บทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธฺ์วรกุล
-------------------------
เครดิตภาพ
: Cute smile!!English version Sticker LINE

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข

---------------------------------
🎧 ท่านใดสนใจรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ สามารถรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🎧 https://youtu.be/sixNN9-Ndkk

วันพุธที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2568

“เมื่อรู้สึกเหงา" ควรดูแลจิตใจอย่างไร? กับ 7 แนวทางที่ดีต่อใจ โดย พญ. ทานตะวัน

 



"เมื่อรู้สึกเหงา"

ควรดูแลจิตใจอย่างไร?

ความรู้สึกเหงาเป็นสัญญาณที่บอกว่า
ใจกำลังต้องการ
“ความเชื่อมโยง” (connection)

ไม่ว่า
กับผู้คน
ธรรมชาติ
และ
ที่สุดแล้ว คือ กับตัวเราเอง

การดูแลใจที่เหมาะสม
เมื่อมีความเหงาจึงไม่ใช่
การ "ไล่ความรู้สึกเหงาออกไป”

แต่คือ
การดูแลใจด้วยความอบอุ่น
และ
การเติมความรู้สึกเชื่อมโยง (connection)
กับตัวเรา และ สิ่งรอบตัว
ขึ้นในใจ

-----------------------------------------
"7 แนวทางดูแลใจเมื่อใจกำลังรู้สึกเหงา"
เพื่อเติมเต็มความอบอุ่น
และ ความรู้สึกเชื่อมโยงให้กับใจ

:) 1. "รับรู้" ความรู้สึกเหงา

การเปิดใจรับรู้ว่า
ความรู้สึกนี้ กำลังเกิดขึ้นที่ใจ
จะช่วยให้ใจเกิดความอบอุ่น จากการชื่อมโยงกับใจตนเองมากขึ้น

เช่น
การพูดกับตัวเองอย่างอ่อนโยนว่า
"ฉันรับรู้ว่า ฉันกำลังรู้สึกเหงา"
“ตอนนี้ใจกำลังรู้สึกเหงา"
"ตอนนี้ใจกำลังรู้สึกโดดเดี่ยว"
ฯลฯ

-----------------------
:) 2. "ยอมรับ" ความรู้สึกเหงา

การเปิดใจยอมรับว่ามีความรู้สึกนี้เกิดขึ้น
โดยไม่ต่อต้าน ไม่ผลักไส

การยอมรับจะช่วยลดภาวะต่อต้าน ความรู้สึกนี้ ในใจ
จะช่วยทำให้ความรู้สึกเหงาที่กำลังจู่โจม ทิ่มแทง
เกิดความนุ่มนวลขึ้น

บรรยากาศภายในจิตใจดีขึ้นอย่างมาก
และ เพิ่มความรู้สึกอบอุ่ม และ เชื่อมโยงกับใจตนเองได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

เช่น
การพูดกับตนเองว่า
"ใจฉันไม่ได้ผิดอะไร ที่จะรู้สึกเหงา"
"มันไม่ผิดอะไรเลย ที่จะรู้สึกแบบนี้”
"ฉันกำลังรู้สึกเหงา และ มันก็โอเคนะ ที่กำลังรู้สึกแบบนี้"
ฯลฯ

--------------------------
:) 3. การเชื่อมโยงกับตัวเอง

ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงที่เติมเต็มใจได้มากที่สุด
ที่หลายคนมักมองข้ามไป
เพราะ ธรรมชาติมนุษย์ที่เป็นสัตว์สังคม
จะให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงกับคนอื่่น

หลายคนเลยไปใส่ใจการเชื่อมโยงกับคนอื่นแบบ 100%

จนหลงลืมการเชื่อมโยงกับตัวเอง
ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงที่สำคัญของใจเช่นกันไป

และ มีความสำคัญไม่น้อยกว่า การเชื่อมโยงกับคนอื่น
(และ จริงสำคัญมากกว่าด้วยซ้ำ ในระดับการเติมอาหารใจในระดับลึกๆ)

การเชื่อมโยงกับตัวเอง
เช่น
- การ self-Talk การพูดคุยกับตนเอง รับฟังสารทุกข์สุขดิบในใจตนเอง
- การเขียน journal เล่าความรู้สึก ความต้องการในที่เกิดขึ้นในใจตอนนี้
- การทำกิจกรรมที่ดีต่อใจ เช่น กิจกรรมที่ทำให้ใจมีความสุข
กิจกรรมทีมอบความอบอุ่น ให้ใจ
เช่น ฟังเพลงที่ชอบ การอ่านหนังสือ การทำงานศิลปะ การนั่งเล่นจิบเครื่องดื่ม การดูซีรี่ส์ การเดินเล่น การออกกำลังกายในแบบที่ชอบ เป็นต้น
- การฝึกรับรู้ การหายใจช้าๆลึกๆ สบายๆ
- การวางมือบนหน้าอก
เพื่อรับรู้จังหวะการเต้นของหัวใจ
และ ความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้น
- การกอดตัวเองเบาๆ เช่น ท่าผีเสื้อ(ฺButterfly hug) พร้อมกับส่งความรู้สึกอ่อนโยน และ เป็นมิตรให้ตนเอง
เป็นต้น
ฯลฯ

---------------------------
:) 4. การเชื่อมโยงกับคนอื่น

การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน แม้เพียงเล็กๆ น้อยๆ ก็ช่วยเติมเต็มใจได้

เช่น การโทรหาคนที่รู้สึกวางใจ
การแบ่งปันเรื่องราวคนที่คุยแล้วรู้สึกสบายใจ
การส่งข้อความถึงคนที่รู้สึกสบายใจที่จะสื่อสาร
การนัดพบเพื่อน หรือ ครอบครัว
การเดินเล่นในหมุ่บ้าน ทักทายกับคนอื่นๆ ที่พอพูดคุยกันได้
การทักทายคนในร้านค้าที่เข้าไปซื้อของ
เป็นต้น

เหล่านี้ คือ การเพิ่มความรู้สึกเชื่อมโยงขึ้นในใจ
การพูดคุย การเชื่อมโยงกับคนอื่น
ที่เหมาะสม คือ การไม่คาดหวังว่าคนอื่นจะตอบสนองเราทันที
หรือ ตอบสนองตามที่เราต้องการ
เพราะ จะยิ่งเพิ่มความรู้สึกเหงา

แต่เป็นการสร้างพื้นที่ให้ตนเอง
ได้มีช่วงเวลาที่ใจได้ปฏิสัมพันธ์กับผู้คน
ซึ่งใจความสำคัญอยู่ตรงนี้

แต่ถ้า ใจเผลอคาดหวัง การตอบสนองที่ได้ดั่งใจ
ซึ่งเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ เป็นธรรมชาติของใจ
ให้รู้ตัวขึ้นมา
ว่าใจกำลังเผลอคาดหวัง
และ ลองฝึกวางความคาดหวังลง

เมื่อใจลดความคาดหวัง จากผู้อื่นลง
ใจจะรู้สึกเชื่อมโยงกับผู้อื่นได้ดีขึ้นทันที

ความคาดหวัง
เป็นอุปสรรคของการเชื่อมโยงทางใจ
เหมือนกำแพงที่กั้นไว้

เมื่อลดกำแพงนี้ลง
ความเชื่อมโยงที่มีอยู่แล้วระหว่างมนุษย์ต่อกัน
จะปรากฏขึ้นมาตามแบบของมันเอง

----------------------------
:) 5. การเชื่อมโยงกับสิ่งรอบตัว โดยเฉพาะ กับธรรมชาติ

การเชื่อมโยงกับธรรมชาติ
ไม่ว่าจะเป็นการเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น การได้สัมผัส การรับรู้
กับธรรมชาติ

ธรรมชาติจะให้พลังที่สงบ และ มั่นคงสู่ใจ

เช่น
การออกตัวเองออกไปสัมผัสธรรมชาติใกล้ๆ บ้าน
เช่น การเดินในสวน การรดน้ำต้นไม้ การเงยหน้ามองท้องฟ้า
การสังเกตรายละเอียดเล็กๆ รอบตัว
เช่น แสงแดด กลิ่นหอม เสียงนกร้อง เป็นต้น

ธรรมชาติเหล่านี้
จะช่วยให้ใจไม่รู้สึกโดดเดี่ยว
เพราะใจจะรับรู้ว่า เราเป็นส่วนหนึ่งของโลก
พลังธรรมชาติ จะเชือมโยงกับเรา

---------------------------
:) 6. การส่งความเมตตากรุณา กับ ตัวเอง

หลายครั้งความเหงามาจากใจ
ที่รู้สึกไม่ดีกับตนเอง
เช่น มีความไม่ชอบตนเอง รังเกียจตนเอง
มีความคิดเชิงลบกับตนเอง
เหล่านี้ เป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกเหงาได้ง่าย
เนื่องจาก
ใจกำลังรู้สึกว่า "ถูกทอดทิ้ง"

ความรู้สึกทอดทิ้งนี้
เกิดจากการทอดทิ้งตนเอง
จากการไม่ยอมรับตนเอง
จากการไม่เป็นมิตรกับตนเอง
จากการไม่มีความเมตตากรุณาต่อตนเอง

การทอดทิ้งที่เจ็บปวดที่สุด
ไม่ใช่คนอื่นทอดทิ้งเรา
แต่เป็นเราทอดทิ้งตนเอง
(และ มักจะเกิดขึันโดยไม่รู้ตัว)

การกลับมารัก และ เมตตาตนเอง
คือ การเยียวยาแผลใจที่หลายครั้งเหวะหวะ
จากด่าทอตัวเอง จากการทอดทิ้งตัวเรา

การหยุดการด่าทอตัวเอง
การส่งพลังความรักที่อ่อนโยนให้ต้วเองฅ
การลดความคาดหวังกับตนเองลง
โดย เปลี่ยนจากความคาดหวังตนเอง
(จนไม่สามารถชอบตัวเองตามจริง)
มาเป็นการเข้าใจตัวเอง ตามที่เป็นจริง

ความรู้สึกที่มีต่อตนเอง
จะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น
Healthy ขึ้น
ความรู้สึกเหงาที่มาจากทอดทิ้งตนเอง จะหายไป

------------------------------
:) 7. การส่งความเมตตากรุณา กับ ผู้อื่น

การให้ การแบ่งปัน การสร้างประโยชน์ กับผู้อื่น
จะช่วยให้ใจเรา รู้สึกเชื่อมโยงกับคนอื่น ในรูปแบบที่สร้างสรรค์ต่อใจ
จะช่วยให้ความรู้สึกเหงาลดลงได้
เช่น
- การลองทำสิ่งเล็กๆ เพื่อช่วยคนอื่น เช่น การส่งกำลังใจ การแบ่งขนม ให้คนอื่น เป็นต้น

----------------------------
#บทส่งท้าย
<3 ฝึกใจรับรู้ความรู้สึกเหงา
โดย ไม่ขับไล่ความรู้สึกเหงา
แต่เรียนรู้ที่จะอยู่กับความรู้สึกเหงาที่เกิดขึ้นอย่างอ่อนโยน ด้วยความเข้าใจ และ ความเมตตา

<3 เมื่อใจที่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
ใจจะรู้สึกอบอุ่นขึ้น
ช่วงเวลาที่ได้อยู่คนเดียว
จะเปลี่ยนจากความรู้สึกเหงา
เป็น “พื้นที่รู้สึกสุขสงบ” ขึ้นมาแทน

<3 เป็นช่วงที่มีคุณค่าต่อใจ
เมื่อได้กลับมาเป็น "เพื่อนที่ดีกับตัวเอง" 😀

บทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข

----------------------------
🎧ท่านใดสนใจรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ สามารถติดตามรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🎧
https://youtu.be/tw2iqS8YZUQ

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568

รู้จักภาวะ จิตใจแบบผู้เริ่มต้น Beginner’s mind สภาวะนี้ช่วยการนอนหลับอย่างไร ซีรี่ส์ สติ กับ การนอนหลับ EP.2

 

 

รู้จักภาวะ “Beginner’s mind” สภาวะนี้ช่วยการนอนหลับอย่างไร? "สติ กับ การนอนหลับ" EP.2 ท่านใดสนใจสามารถติดตามรับฟังเพิ่มเติมได้ทางลิงค์นี้ค่ะ https://youtu.be/yyYnvA5yyGo #เข้าใจธรรมชาติชีวิต #เข้าใจธรรมชาติจิตใจ #ยิ่งโตยิ่งสุข

วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2568

การฝึกสติช่วยเรื่องการนอนได้อย่างไร? Ep.1 | ซีรี่ส์ "สติ กับ การนอนหลับ" โดย พญ.ทานตะวัน

 



การฝึกสติช่วยเรื่องการนอนได้อย่างไร? Ep.1
ในซีรี่ส์ "สติ กับ การนอนหลับ"
ท่านใดสนใจสามารถติดตามรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ
https://youtu.be/cGHUVTM5qKg
--------------------------------------------------
เครดิตภาพ: https://www.shutterstock.com/search/meditation-sleep


#นอนไม่หลับ #สติ #เข้าใจธรรมชาติจิตใจ #ยิ่งโตยิ่งสุข

วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2568

สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ คนที่ "อยากเป็นวีรบุรุษ"ก็เลย"สร้างสถานการณ์" มีที่มาอย่างไร? โดย พญ.ทานตะวัน

 



สถานการณ์ "สร้างวีรบุรุษ"

หลายคนที่ "อยากเป็นวีรบุรุษ"
ก็เลย "สร้างสถานการณ์"

ในมิติทางจิตใจ
กลเกมฮีโร่ และ การตกเป็นเหยื่อ
เกิดขึ้นได้อย่างไร?

---------------------------------
1. มิติทางใจในผู้ที่ต้องการเป็นวีรบุรุษ หรือ ฮีโร่

✍️ต้องการมีภาพลักษณ์ฮีโร่
ภาพลักษณ์ขวัญใจ
อยากอยู่ในบทบาท
"ผู้ช่วยชีวิต” หรือ “ผู้กอบกู้” สถานการณ์

จึงสร้างสถานการณ์
หรือ ขยายสถานการณ์เล็กๆ ให้มีปัญหาใหญ่ๆ
เพื่อให้ตัวเองได้เป็น "ฮีโร่ผู้กอบกู้"

เพื่อสร้างคุณค่าในตัวเอง ในสายตาผู้คน
หรือ
เพื่อสร้างผลประโยชน์ในเส้นทางชีวิต

---------------------------
✍️ต้องการเป็นคนสำคัญ
และ มีคุณค่าในสายตาผู้คน
มาจากใจที่โหยหาการยอมรับจากผู้คน
ต้องการเป็นที่รัก เป็นอย่างมากมาย
เพราะเอาคุณค่าของตนเอง (self-esteem)
ไปผูกติดกับการเป็นฮีโร่

-------------------------------
✍️ เพื่อต้องการการยกย่อง คำสรรเสริญ ชื่นชม
ว่าตนไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป
จึงมีพฤติกรรมสร้างสถานการณ์ หรือ จัดฉาก
เพื่อให้ตัวเองได้เป็นคนกู้วิกฤติ

เพื่อสร้าง story ว่า
ตนเป็นบุคคลที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง
ชนิดที่คน/สังคมจะขาดไม่ได้
-----------------
✍️ เมื่อได้เป็นฮีโร่แล้วหยุดยาก

เมื่อได้เป็นฮีโร่
หลายคนจะหยุดเป็นไม่ได้
เพราะ ผลทางใจ และ ผลประโยชน์ในชีวิต
ที่ให้มูลค่ามหาศาล

หลายครั้งการเป็นฮีโร่
ทำให้ได้ทั้งเงิน ทั้งกล่อง

และ การไม่ได้อยู่ในบทบาทฮีโร่
หลายคนจะรู้สึกเหมือนตกสวรรค์ลงมาอย่างแรง

ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ใจรู้สึกทรมาน รับได้ยาก

ยิ่งในคนที่ยึดติดกับคุณค่าจากสิ่งภายนอกมากๆ

หลายคนจึงสร้างสถานการณ์...
เพื่อเป็นฮีโร่ไม่สิ้นสุด

จนกว่าจะถูกจับทางได้
หรือ รูปแบบเดิมไม่เป็นที่นิยมอีกต่อไป

------------------------
2. มิติทางใจ ภาวะตกเป็นเหยื่อกลเกมฮีโร่
(ถูก manipulate)

✍️ใจโหยหา ฮีโร่
ธรรมชาติหนึ่งของมนุษย์ต้องการที่ยึดเหนี่ยว
ซึ่งหลายคนจะโหยหาที่ยึดเหนี่ยว
ในรูปแบบ "ฮีโร่"

เมื่อใครที่มีภาพตรงกับที่ใจฝันไว้
ใจจะไปยึดถือเขาเป็นฮีโร่ ทันที

ด้วยใจที่โหยหา...อย่างมากมาย
เลยทำให้ไม่ทันได้พิจารณาให้ถี่ถ้วน
ก่อนทุ่มเทใจ

-------------------------------
✍️ขาดการตระหนัก
ขาดการเท่าทันกลเกมฮีโร่
เช่น
การขาดข้อมูลส่วนความเป็นจริง
การขาดทักษะการไตร่ตรอง
การขาดทักษะ Critical Thinking
(การคิด วิเคราะห์ แยกแยะ)

-----------------------------
✍️ถูกกระตุ้น ถูกเร้าด้วยการสร้างอารมณ์ร่วม หรือ ดราม่าแรงๆ
ผู้สร้างสถานการณ์มักกระตุ้นให้ผู้คน
เกิดความรู้สึกร่วมมากๆ
เช่น ความรู้สึกกลัว
ความรู้สึกโกรธแค้น
ความรู้สึกเกลียดชังฝ่ายตรงข้าม
ความรู้สึกสงสาร
ความรู้สึกผิด
เพื่อดึงผู้คนรู้สึกอินมากๆ
จนเกิดภาวะเชื่อง่าย
จนคล้อยตามสิ่งที่เขาชักจูงได้ง่ายมากกว่าปกติ

ความรู้สึกอินมากๆ
ช่วงเวลาที่อารมณ์ร่วมเยอะๆ
จะกระตุ้นให้เกิดภาวะขาดสติ
ขาดการใช้ความคิดที่สมเหตุสมผล

------------------------------------
✍️การได้รับข่าวสารทางเดียว
คือ ได้รับการบอกเล่าเหตุการณ์ในมุมที่
ทำให้เขาดูเป็นคนดี (มากๆ)
เป็นคนน่าเห็นใจ
เป็นคนน่าเชื่อถือ
เป็นคนเสียสละ
เป็นคนมีความสามารถมาก

เป็นการสร้างตัวตน
จนทำให้ เกิดปรากฏการณ์
เขา คือ "ความหวังเดียวของหมู่บ้าน"

------------------------------
✍️การใช้จิตวิทยามวลชนเข้ามาโน้มน้าว
การจัดหาผู้คน หรือที่เรียกว่าหน้าม้ามาสนับสนุน
เพื่อให้สถานการณ์ดูสมจริง
เพิ่มความน่าเชื่อถือ (มากๆ)
เพราะ มนุษย์มักจะให้เครดิต
หรือ คล้อยตามกับเสียงส่วนมากพาไป

-------------------------------
#ตัวอย่าง
เอ ทำให้“ปัญหาเล็กๆ” เกิดความบานปลาย แล้วแสดงบทบาทฮีโร่
ว่า "ตนเป็นผู้แก้ปัญหาที่กำลังบานปลาย"
เป็นผู้กอบกู้วิกฤติ ที่น่าชื่นชม

บี จัดฉากช่วยเหลือผู้คน หรือ ทำความดีต่างๆ ต่อหน้ากล้องหรือสังคม
เพื่อให้สังคมเห็นว่าตน คือ คนดี เป็นผู้เสียสละช่วยเหลือผู้ที่กำลังเดือดร้อน
เป็นพ่อพระ แม่พระ ที่น่ายกย่อง

ซี แอบจุดชนวนสร้างความขัดแย้ง ต่างๆ นานา และ เข้ามาสวมบทฮีโร่
ว่าตนเป็น “ผู้ไกล่เกลี่ย” ทำให้สันติภาพเกิดขึ้นได้
เป็นต้น

----------------------------------
<3 แนวทางลดภาวะการตกเป็นเหยื่อกลเกมฮีโร่
(หรือ การถูก Manipulate)

<3 1. ฟังหู-ไว้หู อย่าเพิ่งรีบปักใจ
ควรให้เวลาตนเองกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงในหลายๆด้าน

--------------------------
<3 2. หาแหล่งข้อมูล และ รับฟังมุมมองจากหลายๆ ฝ่าย

---------------------------
<3 3. ฝึกการคิดแบบ Critical Thinking
(การคิด วิเคราะห์ แยกแยะ)
คือ การคิด วิเคราะห์รอบด้าน
ไม่รีบด่วนสรุป
การแยกแยะข้อมูลต่างๆ ที่มี
ข้อมลใดที่น่าเชื่อถือ
ข้อมูลใดทีมีอคติ
ข้อมูลใดที่เป็นสมมติฐาน
เป็นต้น

------------------------------
<3 4. สังเกต Pattern "ฮีโร่"
มักมีประวัติฮีโร่ในสถานการณ์คล้ายๆ เดิม หรือ แพทเทิร์นเดิมๆ ซ้ำๆ หรือไม่

---------------------------------
<3 5. "ตั้งสติ" ก่อนจะอิน
และ เพื่อเท่าทันอคติในใจ
(ทั้งอคติจากความชอบ หรือ อคติจากความชัง)

ในสถานการณ์ที่กระตุ้นอารมณ์แรงๆ ก
ระตุ้นดราม่าแรงๆ
ยิ่งต้องตั้งสติ
ในการใส่ใจเรื่องราว...

การเรียกสติ ให้ใจมีความเย็น ความสงบ
จะช่วยให้สมองส่วนเหตุผลทำงานได้ดีขึ้น
เพราะ ตอนที่เหตุการณ์กระตุ้นอารมณ์เยอะๆ
สมองส่วนอารมณ์ที่ถูกเร้ามากๆ
จะทำให้สมองส่วนเหตุผลทำงานได้ไม่ค่อยดีนัก
จึงทำให้ตกเป็นเหยื่อได้ง่ายกว่าปกติ

การตั้งสติ การเรียกความสงบทางใจสักครู่
เช่น หายใจเข้าออกช้าๆ ลึกๆ ให้ใจสงบขึ้น
การออกมาเดินเล่นรับอากาศบริสุทธิ์ ให้ใจผ่อนคลาย
การออกจากสถานการณ์นั้นสักครู่ เพื่อลดสิ่งเร้าลง
การลุกออกมาดื่มน้ำให้ ใจสบายๆ
เป็นต้น

เมื่อสมองส่วนอารมณ์ค่อยๆ สงบขึ้น
จะช่วยให้ความสามารถของสมองส่วนเหตุผลกลับมาทำงานได้ดีขึ้น

ความเฉลียวฉลาดที่มีอยู่เป็นทุนเดิม
จะกลับมาทำงานได้ดี
จะช่วยลดภาวะการตกเป็นเหยื่อ จากผู้สร้างสถานการณ์ฮีโร่ ได้

------------------------------
:) เรียนรู้..เพื่อเข่้าใจ :)

บทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข

🎧 ท่านใดสนใจรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้
สามารถรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ
https://youtu.be/3tj2bpeayLQ

วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568

อบรมคอร์สนพลักษณ์ขั้นพื้นฐาน Basic Enneagram รูปแบบออนไลน์เวอร์คชอป (online workshop) โดย พญ.ทานตะวัน

 

🙂 ขออนุญาตประชาสัมพันธ์ครับ🙂

คอร์สนพลักษณ์ขั้นพื้นฐาน
Basic Enneagram
รูปแบบออนไลน์เวอร์คชอป
(online workshop)

คอร์สเพื่อการค้นหาลักษณ์
(หรือบุคลิกภาพ)ภายในตน
ด้วยศาสตร์นพลักษณ์ 🙂

นำมาสู่การ
เข้าใจตนเอง
เข้าใจคนอื่น
เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต

------------------------------
"เราเป็นคนลักษณ์ไหน ?"
"คนที่เรารู้จักเขาเป็นอย่างไรนะ?"

ร่วมหาคำตอบได้ใน
❤ คอร์สนพลักษณ์ขั้นพื้นฐาน ❤
(ฺBasic Enneagram)
รูปแบบออนไลน์เวอร์ชอป

🙂 ในวันเสาร์ที่ 18 - อาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2568
เวลา 9.00-16.30 น.
ทาง Cisco Webex online meeting

----------------------------------
🙂วิทยากร
โดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล
จิตแพทย์
และ เป็นวิทยากรด้านศาสตร์นพลักษณ์มามากกว่า 20 ปี
และ ด้านศาสตร์การพัฒนาจิตใจเพื่อให้มีความสุขมากขึ้น
(เจ้าของเพจ FB และ Youtube ยิ่งโตยิ่งสุข)

🙂 และ ผู้ช่วยวิทยากร
คุณทศวรรษ สุรเดชาสกุล
-------------------------------------------------
🙂 สิ่งที่ท่านจะได้รับจากคอร์สนี้ท่านจะ
❤ 1. ได้ทราบว่าตนเอง
มีบุคลิกภาพแบบลักษณ์ (type) ไหน

❤ 2. รู้จักและเข้าใจตนเอง และ ผู้อื่น อย่างลึกซึ้ง
- เข้าใจถึงที่มาของพฤติกรรม
ความคิด
ความต้องการ
และ แรงผลักดันข้างใน

❤ 3. รู้จักจุดแข็ง-จุดอ่อนในตนเอง
และ เข้าใจที่มาของจุดแข็ง-จุดอ่อนในตนเอง
นำมาสู่การปรับสมดุลในตนเอง

❤ 4. ได้แนวทางพัฒนาคุณภาพชีวิต
และ แนวทางพัฒนาความสัมพันธ์
จากความเข้าใจตนเอง และ ผู้อื่นมากขึ้น
---------------------------------------------------
🙂 ค่าลงทะเบียนท่านละ 3,800 บาท

❤ พิเศษ : ลดเหลือท่านละ 3,500 บาท
เมื่อท่านสมัครภายในวันที่ 15 กันยายน 2568
หรือ สมัครตั้งแต่ 2 ท่านขึ้นไป

🙂 รวมเอกสารประกอบการอบรม 🙂

-----------------------------------------------------
🙂 สนใจสอบถามรายละเอียดได้ทางลิงค์
LINE OFFICIAL : @504jcald
หรือ ทางลิงค์นี้ https://lin.ee/Pfw3uGo
หมายเหตุ :
🙂 รับจำนวนจำกัด😃

----------------------------
ท่านใดสนใจรับฟังรายละเอียดคอร์สนี้สามารถติดตามรับฟังได้ทางลิงค์นี้ครับ
https://www.youtube.com/watch?v=ykecNAlIH30
ขอบคุณครับ
Admin

#enneagram
#นพลักษณ์
------------------------------------------

#enneagram
#นพลักษณ์



#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข