#ความจริงค่าของเราอยู่ที่ตัวเราไม่ได้อยู่ที่สายตาคนอื่นแต่คนเรามักเข้าใจผิดนำคุณค่าของเราไปฝากไว้กับสายตาคนอื่นจึงทุกข์โดยใช่เหตุ
---------------------------------------------------------เพราะ ทุกคนมีจุดดีจุดแข็งไม่เหมือนกัน(ที่เรียกว่าทุกคนมีอัตลักษณ์เฉพาะตน uniqueness )ดังนั้น ข้อดี คุณค่า ที่เรามีไม่จำเป็นต้องถูกใจใครสำคัญ คือ ตัวเรารู้จักและเข้าใจในคุณค่าของตัวเราเองนั่นคือ การมี self esteem--------------------------------------------แม้เราจะเป็นตุ๊กตาหมีที่น่ารักที่สุดในโลกไม่ได้แปลว่าทุกคนในโลกจะชอบมีหลายคนในโลกที่มองว่าไม่น่ารักเลยก็ได้และมีอีกหลายคนในโลกที่มองว่าน่ารักที่สุดเลย ^^-----------------------------------------------#คนที่มีทักษะชีวิตนำมุมมองที่คนอื่นมีต่อเรามาเป็นกระจกไว้ส่องตัวเราไว้สำรวจตัวเราเพื่อช่วยให้เราได้เห็นตัวเราได้มากขึ้น(โดยเฉพาะมุมที่เรา ไม่สามารถเห็นด้วยตัวเราได้)ซึ่งเป็นประโยชน์มากแต่ไม่ใช่ไว้ตัดสินคุณค่าในตัวเรา--------------------------------------------------#ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามเหตุปัจจัย#การเห็นคุณค่าก็เช่นกันบทความโดย พญ. ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล- สามารถรับฟังบรรยายบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ
https://youtu.be/evUqmQAy0gU#เข้าใจธรรมชาติชีวิต#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ#ยิ่งโตยิ่งสุข
"8 แนวทางการให้ feedback อย่างมีประสิทธิภาพ"การให้ feedback เป็นการให้สิ่งมีคุณค่า เพื่อให้ผู้ได้รับ feedback มีโอกาสพัฒนาตนเอง การให้ feedback ที่เหมาะสม และ มีประสิทธิภาพจะช่วยให้สิ่งที่มีคุณค่าได้เกิดประโยชน์ต่อไปส่วนการให้ feedback ที่ไม่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดความเจ็บช้ำ หรือ ความบาดหมาง และไม่เกิดประโยชน์โพดผลต่อไปอย่างน่าเสียดายการ feedback ที่ดีมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งที่ฝึกฝนได้ เพื่อให้การ feedback เกิดประโยชน์สูงสุด และ สิ่งที่มีคุณค่าจะได้ส่งถึงผู้รับได้อย่างแท้จริงบทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล--------------------------------#การfeedbackที่ดี<3 การ feedback อย่างสร้างสรรค์(Constructive Feedback)และ มีประสิทธิภาพ(Effective Feedback)มีลักษณะอย่างไร?และมีความสำคัญในความสัมพันธ์และการทำงานอย่างไร?🎧สามารถรับฟังรายละเอียดได้ทางคลิปนี้ค่ะ🎧https://web.facebook.com/reel/886994943654101---------------------------------เครดิตบทความ: https://uwaterloo.ca/centre-for-teaching-excellence/teaching-resources/teaching-tips/assessing-student-work/grading-and-feedback/receiving-and-giving-effective-feedback --------------------#เข้าใจธรรมชาติชีวิต#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ#ยิ่งโตยิ่งสุขการให้ feedback เป็นการให้สิ่งมีคุณค่า เพื่อให้ผู้ได้รับ feedback มีโอกาสพัฒนาตนเอง การให้ feedback ที่เหมาะสม และ มีประสิทธิภาพจะช่วยให้สิ่งที่มีคุณค่าได้เกิดประโยชน์ต่อไปส่วนการให้ feedback ที่ไม่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดความเจ็บช้ำ หรือ ความบาดหมาง และไม่เกิดประโยชน์โพดผลต่อไปอย่างน่าเสียดายการ feedback ที่ดีมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งที่ฝึกฝนได้ เพื่อให้การ feedback เกิดประโยชน์สูงสุด และ สิ่งที่มีคุณค่าจะได้ส่งถึงผู้รับได้อย่างแท้จริงบทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล--------------------------------#การfeedbackที่ดี<3 การ feedback อย่างสร้างสรรค์(Constructive Feedback)และ มีประสิทธิภาพ(Effective Feedback)มีลักษณะอย่างไร?และมีความสำคัญในความสัมพันธ์และการทำงานอย่างไร?🎧สามารถรับฟังรายละเอียดได้ทางคลิปนี้ค่ะ🎧https://web.facebook.com/reel/886994943654101---------------------------------เครดิตบทความ: https://uwaterloo.ca/centre-for-teaching-excellence/teaching-resources/teaching-tips/assessing-student-work/grading-and-feedback/receiving-and-giving-effective-feedback --------------------#เข้าใจธรรมชาติชีวิต#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ#ยิ่งโตยิ่งสุข
“ฉันมีค่า แม้ไม่ได้สำเร็จทุกอย่าง"เป็นสภาวะที่มีคุณค่าในการเติบโตทางจิตใจเพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น-----------------------การที่ใจเห็นได้ว่า“ฉันมีค่า แม้ไม่ได้สำเร็จทุกอย่าง"เป็นภาวะที่ใจกลับมาเห็น รับรู้ และ รู้จักคุณค่าของความเป็นมนุษย์คุณค่าของชีวิตที่มีตามความเป็นจริงใจจะรู้สึกสงบ ผ่อนคลายและ รู้สึกมั่นคงจากภายในหลายครั้งใจเผลอตกเป็นทาสเสียงวิจารณ์ภายใน (Inner Critic)เสียงก่นด่าภายใน (Self-Blaming)ที่ถาโถมเข้ามาแบบอัตโนมัติชนิดที่ใจตั้งตัวไม่ทันเช่น “เธอยังไม่ดีพอ เธอต้องทำให้สำเร็จกว่านี้”"ถ้าเธอไม่ประสบความสำเร็จ เธอเป็นคนใช้ไม่ได้""เธอไม่ได้เรื่อง""จะไม่มีใครรักเธอ""ดูสายตาที่เขาดูเธอสิ ใครๆ ก็ดูถูกเธอนะ""เธอมันไร้ค่า"เป็นต้นใจเผลอตกเป็นทาสเสียงเหล่านี้โดยไม่รู้ตัวใจเผลอเชื่อเสียงเหล่านี้ว่าเป็นเรื่องจริงจนเกิดแผลใจเหวอหวะจากความยึดติดสุดๆกับภาพความสำเร็จตามค่านิยมของสังคมตามค่านิยมของสายตาผู้คนตามค่านิยมที่ใจเผลอไปเอาเข้ามาเป็นที่ยึดเหนี่ยวในใจจนใจขาดความเชื่อมโยงกับคุณค่าความเป็นมนุษย์ที่แท้จริงที่มีอยู่แล้วภายในตัวเราไม่ว่าเราจะประสบความสำเร็จหรือไม่ก็ตามไม่ว่าคนจะเห็นคุณค่าเราหรือไม่ก็ตามไม่ว่าคนจะยอมรับเราหรือไม่ก็ตาม----------------------------แต่เมื่อใจสามารถประจักษ์ได้ว่า“ฉันมีค่า แม้ไม่ได้สำเร็จทุกอย่าง"คือ การกลับมาเชื่อมโยงกับคุณค่าในตัวตนที่แท้จริง true selfคือ การกลับมารู้จัก และ เคารพในคุณค่าของความเป็นมนุษย์และ ได้คลายจากการยึดติด กับ false selfตัวตนปลอม ตัวตนเปลือกที่ใจพยายามสร้างขึ้นมาเพื่อเรียกความสำเร็จตลอดเวลาเมื่อใจสามารถคลายความยึดติดกับดัก"ฉันจะมีคุณค่าต่อเมื่อมีความสำเร็จ"ซึ่งเป็นคุณค่าในเชิงมายาคติใจจะเข้าถึงคุณค่าของการเป็นมนุษย์และ การมีชีวิตที่แท้จริงใจจะพบแสงสว่างที่ส่องนำชีวิตปรากฎเรืองรองขึ้นในใจบทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล#เข้าใจธรรมชาติชีวิต#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ#ยิ่งโตยิ่งสุข-----------------------
ท่านใดสนใจรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ สามารถรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ
https://youtu.be/xUoyXGEPHIg
“ชีวิตออกแบบไม่ได้”เรื่องสั้น 'ยิ่งโตยิ่งสุข'-----------------------ไข่มุกหญิงสาวที่มีนิสัยร่าเริง สดใส มองโลกในแง่ดีเธอเป็นคนหัวไว มีความคิดสร้างสรรค์เรียกว่าไอเดียบรรเจิดเลยทีเดียวและ นอกจากนี้ เธอเป็นคนรักอิสระมาก ถึงมากที่สุดและ ในชีวิตดีดี๊ของเธอเธอมีสิ่งที่คอยกวนใจเธออยู่ตลอด คือการที่เธอมักทำงานไม่เสร็จซึ่งมักสร้างปัญหาให้เธออยู่เสมอๆนิสัยที่มักผัดวันประกันพรุ่งเกิดจากเธอมักจะหลบหลีก หลบเลี่ยงทุกสิ่งที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ กังวลใจทุกสิ่งที่ทำให้โลกของเธอชักไม่สวยและ งานก็มักจะสร้างปัญหานี้ให้เธอเสมอๆเพราะ งานที่ต้องทำมันทั้งเครียด ทั้งหนัก ทั้งยุ่งยากเต็มไปด้วยสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกไม่สนุก น่าเบื่อและ หลายครั้งทำให้เธอรู้สึกทรมานเหลือเกินหลายครั้งเธอ มักบ่นกับคนรอบตัวว่า"ทำไป ร้องไห้ไป" เลยทีเดียวเรียกว่าเธอไม่ปลื้มกับงานประจำของเธอมากๆงานของเธอจึงมักจะค้างคาเต็มไปหมดเพราะ ความไม่ปลื้มกับงานและเธอก็เป็นคนที่ฝืนใจตัวเองทำงานที่ไม่ปลื้มไม่ค่อยสำเร็จซะด้วยจึงเป็นที่มาของงานค้างคา เป็นกองพะเนินและแล้ววันหนึ่งเธอตัดสินใจลาออกจากงานเธอบอกกับแม่ของเธอว่า"งานกับหนู ไปกันไม่ได้แล้วแหละแม่มันไม่เข้ากับหนูเลยแม่หนูทนอยู่กับงานที่บั่นทอนจิตใจหนูไม่ไหวแล้ว"แม่ตกใจแต่ก็เข้าใจในความรักอิสระของลูกสาวแม่จึงถามไข่มุกว่า"หนูอยากทำอะไร"ไข่มุกตอบแม่ด้วยแววตาที่เป็นประกายวิบวับแวววาวว่า"หนูอยากเขียนหนังสือรวมเรื่องเล่าการเดินทางของหนูนี่ คือ ความฝันของไข่มุกเลยแม่"แม่ยิ้ม และ รับรู้ได้ว่านี่คืองานที่ลูกฝัน และ ใจรักอยากทำจริงๆลูกคงจะมีความสุข ภูมิใจ และ โตขึ้นถ้าทำสิ่งนี้ได้สำเร็จแม่ยิ้ม และ ตอบว่า"แม่จะรออ่านหนังสือของหนูนะ"---------------------------------------------'กาลเวลาผ่านไป'ไข่มุกทำงานฟรีแลนซ์เป็นไกด์นำเที่ยวไข่มุกรู้สึกว่างานนี้อิสระดีเป็นสิ่งที่ถนัดไข่มุกรู้เรื่องที่เที่ยวเยอะมากเสียแต่งานอาจไม่ค่อยมั่นคงรายได้ไม่แน่นอนมีงานบ้าง ไม่มีงานบ้างแต่สำหรับไข่มุกผู้รักการมีอิสระอย่างที่สุดงานนี้จึงตอบโจทย์กว่างานประจำไข่มุกมองว่าดีกว่าที่ต้องนั่งทำงานประจำที่แสนน่าเบื่อเหมือนอยู่ในกรงขัง(ใจ)------------------------แม่มีอาการไม่สบายแม่ไปรพ.แพทย์ได้วินิจฉัยว่าแม่มีเนื้องอกชนิดรุนแรงแต่แม่ไม่อยากบอกให้ไข่มุกกังวลใจ หรือ เสียใจเพราะ แม่รู้ดีว่าลูกสาวเป็นคนที่รับกับเรื่องที่เจ็บปวดไม่ได้เรียกว่ารับไม่ได้เอาซะเลยด้วยเวลาที่เริ่มจะเหลืออีกไม่นานสิ่งที่แม่อยากเห็นคือไข่มุกได้ทำความฝันสำเร็จแม่รู้ว่าถ้าไข่มุกทำได้ ไข่มุกจะภูมิใจตัวเองมากๆแม่รู้ว่า แม้ภายนอกไข่มุกจะเป็นคนร่าเริงสดใสเหมือนคนมั่นใจในตัวเองมากๆแต่ลึกๆ แล้วไข่มุก มีปมในใจกับตัวเองลึกๆไข่มุก ไม่สามารถรู้สึกภูมิใจกับตัวเองได้จริงๆที่ตัวเอง 'ไม่เคยทำอะไรสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน'เพราะ'ความกลัวปัญหา'และ'ติดกับดักการรักความสุข สนุก ในทุกวินาที'แม่รู้ว่าถ้าไข่มุกสามารถเขียนหนังสือที่เป็นความฝันนี้ได้สำเร็จจะทำให้ไข่มุกภูมิใจในตัวเองได้อย่างแท้จริงแม่จึงอยากให้ไข่มุกได้ลงมือทำเมื่อกลับบ้านแม่จึงถามไข่มุก"เมื่อไหร่ แม่จะได้อ่านหนังสือของลูกสักทีนะ?”ไข่มุกหัวเราะกลบเกลื่อน“ไว้ก่อนนะแม่ รอให้หนูพร้อมกว่านี้ก่อน”---------------------'ความกลัวในใจ'การไม่ลงมือเขียน(สักที)ของไข่มุกแท้จริงแล้ว เป็นเพราะไข่มุกกลัวไข่มุกกลัวว่าถ้าเขียนออกมาแล้วไม่ดีจะทำให้ฝันที่สวยงามของตนพังทลายลงไข่มุกจึงเลือก....“เลื่อนไปก่อน”........---------------------------'เวลาผ่านไป 2 ปี'อาการป่วยของแม่รุนแรงขึ้นฉับพลันไข่มุกจึงได้รู้ความจริงว่าแม่กำลังป่วยรุนแรง และ มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานไข่มุกตกใจ และ เสียใจมากไข่มุกรู้สึกเจ็บปวดอย่างที่ไม่เคยรู้สึกเจ็บปวดได้เท่านี้มาก่อนแม่เป็นคนที่ไข่มุกรักที่สุดแม่เป็นคนเข้าใจไข่มุกที่สุดและแม่กำลังจะจากไป....ชีวิตมันไม่สวยงามชีวิตมีความเจ็บปวดโลกแบบนี้ไข่มุกไม่คุ้นเคยเสียเลยโลกของไข่มุกคือ โลกที่สวยงามมีสิ่งดีๆ ไว้ชูใจสิ่งไหนที่ไม่ดีไข่มุกมั่นใจว่าสามารถหลบเลี่ยงมาได้หมดโลกของไข่มุกคือ โลกที่ไข่มุกออกแบบได้ตามที่ไข่มุกต้องการแต่ครั้งนี้ไม่ใช่วันนี้ไข่มุกประจักษ์แล้วว่าเราไม่สามามารถออกแบบโลกได้ทุกครั้งเพราะโลกไม่ได้เกิดมาเพื่อได้ดั่งใจเราไข่มุกเพิ่งรู้วันนี้และ มันเจ็บปวดเหลือเกินเป็นครั้งแรกที่ไข่มุกเผชิญความรู้สึกเจ็บปวด โดยไม่หนีไม่พยายามกลบเกลื่อนไม่พยายามเฉไฉแบบที่เคยทำมันช่างเป็นช่วงเวลาที่ทรมานเหลือเกินแต่เมื่อไข่มุกได้เผชิญความจ็บปวดที่แสนสาหัสครั้งนี้ได้เกิดบางสิ่งขึ้นในใจไข่มุกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไข่มุกไปจากคนเดิมตลอดกาลนั่น คือ เป็นไข่มุกที่โตขึ้นเป็นไข่มุกที่ไม่หนีทุกข์.... แบบเดิม-----------------------------'ชีวิตที่เลือกไม่ได้'คืนหนึ่ง ใน รพ.ไข่มุกนั่งอยู่ข้างเตียงแม่แม่จับมือไข่มุก และ พูดเบาๆ ว่า"แม่อยากเห็น 'ลูกกล้าทำ' สิ่งที่ตัวเองฝันแม่รู้ว่าลูกอยากเป็นนักเขียนที่ประสบความสำเร็จ"ไข่มุกน้ำตาคลอเพราะรู้ตัวว่า ที่ผ่านมาเธอผัดวันประกันพรุ่งมาตลอด…และ แม่คอยเฝ้ามองดูเธอด้วยความเป็นห่วงมาตลอดเช่นกันและบางสิ่งของชีวิต....ไม่มี “พรุ่งนี้” ให้เลื่อนอีกแล้ว-------------------------หลังจากงานพิธีศพของแม่เสร็จสิ้นลงไข่มุกเปิดโน้ตบุ๊กในคืนนั้นและเริ่มพิมพ์ประโยคแรกของหนังสือที่ตั้งใจจะเขียนมา 2 ปีทั้งน้ำตาไข่มุกไม่รู้ว่าหนังสือจะออกมาดีหรือไม่จะตรงกับสิ่งที่เธอฝันไว้ไหมแต่ครั้งนี้ไข่มุกตั้งใจว่าจะไม่หนีอีกแล้ว----------------------ไข่มุกเริ่มรู้สึกได้ว่าเธอไม่ใช่คนเดิมเธอไม่โลกสวยเหมือนเดิมแต่เธอพร้อมเผชิญกับทุกสิ่งมากขึ้นเธอไม่ร่าเริงแบบเดิมแต่เธอสงบ และ อ่อนโยนมากขึ้นและ เธอเข้มแข็งมากขึันเธอ เป็นหญิงสาวที่(จิตใจ)โตขึ้นแล้วจริงๆ-----------------------------------หลายเดือนต่อมาหนังสือเล่มเล็กๆ ถูกพิมพ์สำเร็จมีสำนักพิมพ์สนใจนำไปพิมพ์จำหน่ายไข่มุกวางหนังสือไว้ข้างกรอบรูปแม่พร้อมพูดกับแม่ว่า“หนูทำแล้วนะแม่ ความฝันของหนู…และ หนูขอโทษที่เลื่อนมันมานานเหลือเกิน”-------------------------------------
ข้อคิดจากเรื่อง
ไข่มุกเธอมักหันหน้าไปหาความสุข ความสนุก ความสบายใจ และสิ่งใหม่ๆ ที่น่าสนใจและเธอมักเบือนหน้าหนีจากสิ่งที่ไม่มีความสุขสิ่งที่น่าเบื่อสิ่งที่ชวนอึดอัดใจหรือ เจ็บปวดทั้งหมดเพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกไม่สุขความทุกข์ความทรมานเธอจึงกลายเป็นคนที่โตแต่ร่างกายแต่จิตใจยังเหมือนเด็กน้อยที่วิ่งสนุกอยู่ในโลกสวยๆ#การเติบโตทางจิตใจการ "เผชิญ...สิ่งที่เผชิญได้ยาก"การ “ไม่ผัดวันประกันพรุ่งอีกต่อไป”การ "ยอมอยู่กับความจริง" (ที่ไม่น่าอภิรมย์)แม้มันจะทรมานแต่มันกลับทำให้ใจได้เจอความหมายที่แท้จริงของชีวิตนั่น คือการมีใจที่มีความเข้มแข็ง และ ความมั่นคงจากภายในซึ่งเป็นใจที่มีคุณภาพดีเพราะความสุขที่แท้จริงของชีวิตไม่ใช่การวิ่งหนีสิ่งที่ไม่สุขอยู่ตลอดแต่คือการสามารถอยู่กับสิ่งที่ไม่สุขได้มากขึันด้วยใจที่กล้าหาญ ยอมรับ และ มั่นคง"ชีวิตในบางครั้งก็ออกแบบไม่ได้แต่เราสามารถออกแบบการดูแลจิตใจให้ใจสามารถรับมือกับชีวิตได้""หมอทานตะวัน"#เข้าใจธรรมชาติชีวิต#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ#ยิ่งโตยิ่งสุข---------------------
ท่านใดสนใจสามารถติดตามรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะhttps://youtu.be/ktozF5MLA2U