วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2567

คุณตีตราตัวคุณอย่างไร คุณจะกลายเป็นอย่างนั้น เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น ? โดย ทานตะวัน

 

 
 "คุณตีตราตัวคุณอย่างไร คุณจะกลายเป็นอย่างนั้น"

"You become the labels you give yourself."

~ Bo Sanchez

-----------------------------------
ฉันทำไม่ได้หรอก
ฉันไม่มีค่า
ฉันไม่ดีพอ
ไม่มีใครรักฉัน
ฉันต้องสมบูรณ์แบบ....
ฉันต้องไม่ผิดพลาด....

ฯลฯ
-------------------------------------
เมื่อรู้ตัว....
ฝึกหยุดการตีตรา....

ฝึกหยุด...ทุกครั้งที่รู้ตัว

แล้วคุณจะไม่ถูกตีตรา 🙂 🙂 🙂

คนอื่นตีตราเรา
ไม่มีน้ำหนักเท่า
เราตีตราตนเอง
-----------------------------------
ฝากคำสอน
จาก หลวงพ่อชา สุภัทโท ค่ะ

"เธอจงระวังความคิดของเธอ
เพราะความคิดของเธอ
จะกลายเป็นความประพฤติของเธอ

เธอจงระวังความประพฤติของเธอ
เพราะความประพฤติของเธอ
จะกลายเป็นความเคยชินของเธอ

เธอจงระวังความเคยชินของเธอ
เพราะความเคยชินของเธอ
จะกลายเป็นอุปนิสัยของเธอ

เธอจงระวังอุปนิสัยของเธอ
เพราะอุปนิสัยของเธอ
จะกำหนดชะตากรรมของเธอชั่วชีวิต"
-----------------------------------------------

#บทส่งท้าย

ดังนั้น
ความคิด ความเชื่อ...
นำมาสู่
ชะตากรรมชั่วชีวิต...
เมื่อจิต...ไม่รู้ตัว

เมื่อจิตไม่รู้สึกตัว
จะไม่สามารถคลายออก
จากความคิด ความเชื่อได้

ใจจะถูกคำคิด-ความเชื่อ
ตีตรา และ บงการไปเรื่อยๆ...
อย่างน่าเสียดาย

บทความโดย ผศ.พญ. ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข
--------------------------------
เครดิตภาพที่มีความหมาย แทนถ้อยคำนับพัน
http://limerickmentalhealth.ie/how-to-improve-self-esteem/

---------------------------------
- สามารถรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🙂
https://www.youtube.com/watch?v=CCS3W51w1b4 



วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2567

เรียนรู้อยู่กับความขม เพื่อชีวิตที่ขมน้อยกว่า ในมิติทางจิตใจ หมายถึงอะไร? โดย พญ.ทานตะวัน

 

 

"เรียนรู้อยู่กับความขม
เพื่อชีวิตที่ขมน้อยกว่า"

ในมิติทางจิตใจมีความหมายอย่างไร ?

การเผชิญสิ่งที่ไม่อยากเผชิญ
การทำสิ่งที่ไม่อยากทำ
การต้องฝืนใจตนเอง
การไม่ได้ตามใจตนเอง ในช่วงเวลาที่อยากตามใจตนเองมากๆ

ในช่วงเวลานี้จะทำให้เรารู้สึกขม(ในใจ)ได้
มากบ้าง น้อยบ้าง
แล้วแต่เรื่องราว สถานการณ์

หลายครั้งเราจึงพยายามเลี่ยงความรู้สึกขมในใจเหล่านี้

เช่น ผัดวันประกันพรุ่ง
ถึงเวลาต้องทำงานให้เสร็จไม่ทำ
ไปเล่นโซเชียล หรือ เล่นเกม หรือ ไปนอนเล่นแทน

หรือ ควรต้องลุกมาออกกำลังกาย ก็ไม่ทำ อยากจะนั่งนอนสบายๆ มากกว่า

หรือ ถึงเวลาต้องตื่นตอนเช้า
ก็ไม่อยากลุก เพราะ อยากนอนต่อมากกว่า

หรือ จำเป็นต้องเคลียร์ปัญหาบางอย่าง
แต่ไม่อยากเผชิญกับปัญหาที่ทำให้เครียด
หรือ กังวล เลยซุกปัญหาไว้ใต้พรมต่อไป
เพราะ ไม่อยากเผชิญ

ฯลฯ

เป็นต้น

พฤติกรรมเหล่านี้
เกิดจากเราอยากเลี่ยงความรู้สึกขมในใจ
ในสิ่งที่ทำให้เครียด ไม่สนุก น่าเบื่อ อึดอัด เหนื่อย เป็นต้น

แต่ในหลายครั้ง
ยิ่งเราเลี่ยงไม่เผชิญสิ่งเหล่านี้
กลับทำให้ปัญหาเกิดการสะสมต่อไป
และ สถานการณ์จะยิ่งแย่กว่าเดิม

คือ ยิ่งไม่อยากรู้สึกขม
กับต้องยิ่งรู้สึกขมมากขึ้น

ดังนั้น บางครั้งเรายอมขมไปตั้งแต่ต้น
ชีวิตต่อไปของเราจะขมน้อยลง
และ
อาจพบรสชาติชีวิตที่หอมหวานมากขึ้นได้ในที่สุด 🙂
------------------------------------------------------
หมายเหตุ :
ในบริบทความขมในบทความนี้
หมายถึงเรื่องจำเป็น
เรื่องที่เราควรทำ
เรื่องที่เป็นประโยชน์กับชีวิตเรา
เช่น เรื่องการดูแลสุขภาพกายใจ
เรื่องการทำงาน
เรื่องเรียน
เรื่องการดูแลบ้าน
ดูแลครอบครัว
การจัดการแก้ไขปัญหา
เป็นต้น

มันอาจไม่สนุก
น่าเบื่อ
ทำให้เครียด
อดตามใจตัวเอง

แต่ถ้าเรายิ่งเลี่ยง
หรือ ผัดผ่อนมัน
ชีวิตเราอาจพบปัญหา
ที่ต้องตามแก้มากขึ้นกว่าเดิม

---------------------------------------

ยิ่งกลัวขม
กลับยิ่งขม

เผชิญความขม
ชีวิตกลับหวานมากขึ้น 🙂

บทความโดย ผศ.พญ. ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

🙂 สามารถรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🙂
https://www.youtube.com/watch?v=dKUDRvS_LqQ

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข

เราไม่จำเป็นต้องดูดี หรือ มีคุณค่า ในทุกสิ่ง/ทุกผู้คนที่เราเข้าไปเกี่ยวข้อง โดย พญ. ทานตะวัน

 

 

เราไม่จำเป็นต้องดูดี หรือ มีคุณค่า

ในทุกสิ่ง หรือ ในทุกผู้คน

ที่เราเข้าไปเกี่ยวข้อง

แต่ เรามี "ค่า" เสมอ ในคนที่รู้จักเราจริง และเข้าใจเราดี

ท่านใดสนใจรับฟังเพิ่มเติม รับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🙂
https://www.youtube.com/watch?v=rf9dv8bNJX4

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข

วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2567

รับฟัง feedback อย่างไร ให้รู้สึกดี และ ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ โดย พญ.ทานตะวัน

 

 
6 ขั้นตอนเพื่อการรับฟัง feedback อย่างมีประสิทธิภาพ
(6 Steps to Receiving Feedback Effectively)

การรับฟัง feedback เป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนาตนเอง

มี 6 ขั้นตอนดังนี้ค่ะ
1. ตั้งใจรับฟัง feedback 2. รับฟัง feedback ด้วยท่าทีเป็นมิตร 3. เปิดใจรับฟัง 4. ทำความเข้าใจสิ่งที่ผู้ feedback ต้องการสื่อ 5. สะท้อนความคิด มุมมอง ความรู้สึก ความต้องการ หลังจากรับฟัง feedback 6. ทบทวนตนเองว่า มีอะไรเราตัดสินใจเปลี่ยนแปลง เพื่อการพัฒนาตนเองต่อไป

"ภายใต้ยาขมของการ feedback มีคุณค่าซ่อนอยู่
สิ่งสำคัญ คือ หาให้เจอ"
🙂
#แม้เจ็บปวดแต่ทำให้เราตาสว่าง

--------------------------------------------
บางคนบอกว่า feedback เปรียบเหมือนทุเรียนนะคะ
ข้างนอกอาจดูแหลมคม
แต่เนื้อในหวานหอมอร่อยคร่า ^^

รายละเอียดติดตามรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🙂
https://www.youtube.com/watch?v=zILO44GYKAA

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข