"ผิดหวัง เพราะ หวังผิด"ผิดหวัง เพราะ หวังผิด คือ อะไร ?หวังผิดอันนี้ไม่ใช่ หวังสิ่งผิด หวังสิ่งไม่ถูกต้อง หวังสิ่งที่ไม่ดีแต่หวังผิดอันนี้ คือหวังผิดจากธรรมชาติความเป็นจริงเราจึงผิดหวังเพราะ ถ้าเราหวังถูกกับธรรมชาติ ความเป็นจริง ที่มันจะเป็นเราจะไม่ผิดหวังเพราะ สิ่งที่หวัง มันก็จะเกิดขึ้นตามนั้นอยู่แล้ว ตามเหตุปัจจัยเพราะ ทุุกสิ่งอย่าง ล้วนเกิดขึ้น ตามเหตุปัจจัยสิ่งต่างๆ ไม่ได้เกิดขึ้น ตามที่เราอยากได้(ถ้าเหตุปัจจัยไม่ใช่)สิ่งต่างๆ ไม่ได้เกิดขึ้น ตามความคิดนึกของเรา(ถ้าเหตุปัจจัยไม่ได้)สิ่งต่างๆ ไม่ได้เกิดขึ้น ตามอุดมคติ(ถ้าเหตุปัจจัยไม่ถึง)#ความผิดหวังให้โอกาสอะไรกับเราเมื่อผิดหวัง จึงเป็นโอกาสที่เราจะได้ฝึกการเข้าใจโลก เข้าใจชีวิตมากขึ้นเมื่อผิดหวัง จึงเป็นโอกาสที่เราจะได้ฝึกการรู้จักความปรารถนาในใจตนเองมากขึ้นเรายิ่งผิดหวังกับอะไรซ้ำๆนั่นแปลว่าสิ่งนั้นสำคัญกับเรามาก่ทุกการผิดหวัง จึงเป็นโอกาสอันดี ที่ทำให้เรารู้จักตนเองว่าใจเราให้ความสำคัญกับอะไรเพราะถ้าสิ่งนั้นไม่สำคัญกับใจเราเราจะไม่ผิดหวังกับสิงนั้นซ้ำๆแต่ถ้าเราผิดหวังกับสิ่งใดๆ ซ้ำๆนั่นแปลว่า สิ่งนั้น สำคัญกับใจเรามาก
ดังนั้นเมื่อผิดหวังเป็นโอกาส ให้เราเข้าใจโลกมากขึ้น(ตามที่มันเป็น ไม่ได้อย่างที่เราอยากให้เป็น)เป็นโอกาส ให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้น(ตามที่มันเป็น ไม่ได้อย่างที่เราอยากให้เป็น)เป็นโอกาส ให้เราเข้าใจธรรมชาติของผู้คนมากขึ้น(ตามที่เป็น ไม่ได้อย่างที่เราอยากให้เป็น)เป็นโอกาส ให้เรารู้จักรู้ใจตนเองว่าใจเรากำลังต้องการอะไรใจเราปรารถนาอะไรอยู่และ ยิ่งถ้าเราผิดหวัง กับ อะไรซ้ำๆเป็นโอกาสที่เราจะรู้ว่าอะไรที่สำคัญกับใจเรามากๆอะไรที่ความหมายกับเราเหลือเกินจนเราผิดหวังกับเรื่องนี้บ่อยๆ ซ้ำๆ ได้ขนาดนี้"ผิดหวัง เพราะ หวังผิด"หวังในสิ่งที่ผิดธรรมชาติ ความเป็นจริง เราจึงผิดหวัง#เข้าใจธรรมชาติชีวิต#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ#ยิ่งโตยิ่งสุขบทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล- สามารถรับฟังบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=3gIk7gvtuIo
#ความสำเร็จกับความล้มเหลวใกล้กันนิดเดียวคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตจะไม่แบกความล้มเหลวแต่เขาจะรู้จักนำ"ความล้มเหลว"มาเป็นบันไดไปสู่ความสำเร็จด้วยการนำ "ความล้มเหลว"มาเรียนรู้มาวิเคราะห์มาทำความเข้าใจตัวเองผู้เกี่ยวข้องและ สถานการณ์มาทำความเข้าใจปัญหาที่เกิดนำมาหาทางออก-ทางแก้ไขและนำมันมาเป็น "บทเรียนชั้นเลิศ"ที่ไม่มีห้องเรียนไหนสอนได้เลอค่าอย่างนี้แน่นอนค่ะ
หมั่นเรียนรู้จากความล้มเหลวจะทำให้เข้าใกล้ความสำเร็จเข้าไปทุกขณะค่ะ---------------------------------------------ความล้มเหลวกับความสำเร็จใกล้กันนิดเดียวเพียงแค่พลิกจากความเจ็บช้ำเจ็บปวดคอยซ้ำเติมเหยียดหยามตนเองมาเป็นความเข้าใจรู้จักจุดอ่อนจุดแข็งตนเอง และ สถานการณ์และเรียนรู้จากมัน#ความล้มเหลวไม่ได้มีไว้ให้แบก#แต่มีไว้เรียนรู้และเติบโต ค่ะ
บทความโดยผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล- สามารถรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ได้ทางhttps://www.youtube.com/watch?v=u1CXCKYoaoU------------------------------------#GrowthMindset#เข้าใจธรรมชาติชีวิต#ยิ่งโตยิ่งสุข----------------------------------------------------------------------เครดิตภาพ : Thinking Art
#ความปกติของใจมัน คือ โอเค และ ปกติมากๆ ที่ใจจะไม่ได้รู้สึกดีตลอดเวลา การเกิดความรู้สึกไม่ดีเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เป็นธรรมดาตามเหตุปัจจัยที่เกิดขึ้นในชีวิต การคาดหวังให้ตนเองรู้สึกดีตลอดเวลาเป็นต้นเหตุ ที่ทำให้ผิดหวัง ผิดหวัง เพราะ หวังผิดหวังในสิ่งที่ผิดจากธรรมชาติความเป็นจริง การฝึกยอมรับความรู้สึกไม่ดีว่าเป็นเรื่องธรรมดา เป็นธรรมชาติของใจคือ หนทางของใจที่มีคุณภาพดี :) บทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล------------------------------------------- สามารถรับฟังบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ :)https://www.youtube.com/watch?v=NXFB_bhNBvA#เข้าใจธรรมชาติชีวิต#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ#ยิ่งโตยิ่งสุข---------------------------เครดิตภาพ : https://web.facebook.com/photo/?fbid=10160332772938011&set=gm.804554754213983&idorvanity=196067978396000
"เรียนรู้แนวคิดแบบเติบโต (growth mindset)จาก นิทานกระต่ายกับเต่า"เรียนรู้ นิทาน "กระต่าย กับ เต่า"กับความเข้าใจแนวคิด แบบ"Growth และ Fixed mindset"นิทานที่ได้ยินตั้งแต่เด็ก ลองนำมาใคร่ครวญด้วย"แนวคิดแบบ Growth และ Fixed mindset"นิทานกระต่ายกับเต่าที่เราได้ยินตั้งแต่เด็กๆ ว่าเต่า กับ กระต่าย แข่งกันว่าใครจะถึงเส้นชัยก่อนและ ตอนจบเราคงทราบกันอยู่แล้วว่าเต่า คือ ผู้ชนะเต่าถึงเส้นชัยก่อนเพราะ กระต่ายนอนหลับด้วยความชะล่าใจ เพราะมั่นใจในฝืเท้าตนเองว่าเหนือเต่ามากแล้วเต่าก็ควบ 4 เท้าสั้นๆ เข้าเส้นชัยก่อนกระต่ายนิทานเรื่องนี้ เป็นตัวอย่างของ "Growth และ Fixed mindset" อย่างไรเต่าใน moment นี้ คือ ตัวแทนของ growth mindsetกระต่าย moment นี้ คือ ตัวแทนของ fixed mindset--------------------------------------------Growth mindset คือ แนวคิดเติบโตFixed mindset คือ แนวคิดยึดติดตายตัวGrowth mindset คือ แนวคิดเติบโตคือ ชุดความคิดทีรักการเรียนรู้ และ รักการเติบโตให้คุณค่ากับการได้มีโอกาสพัฒนาตนเองมากกว่า ภาพลักษณ์ และความชืนชมจากคนอื่นมีลักษณะ เข้าใจธรรมชาติของตนเองเข้าใจจุดแข็ง และ จุดติดขัดสนุก และ รู้สึกดีที่ได้มีโอกาสที่ได้เรียนรู้ ได้พัฒนาและได้เติบโตFixed mindset คือ แนวคิดยึดติดตายตัวคือ ชุดความคิดที่รักตัวตน มากกว่า รักการเรียนรู้ เติบโต่ให้คุณค่ากับผลลัพธ์ กับ ภาพลักษณ์ต่อสายตาผู้คน กับ การ born to beมากกว่าการได้มีโอกาสพัฒนาตนเองมีลักษณะ ที่เป็นไปได้ตั้งแต่น้อยเนื้อต่ำใจ ไปจนถึง หลงตนอหังการFixed mindsetฝั่งน้อยเนื้อต่ำใจ เมื่อรู้สึกว่าตนไม่ดี หรือ สู้คนอื่นไม่ได้ จมกับการตำหนิตนเอง และ จมกับความรู้สึกล้มเหลวฝั่งหลงตนอหังการ เมื่อรู้สึกว่าตนเหนือกว่าคนอื่นเชื่อว่าตนเจ๋ง คนอื่นสู้ตนไม่ได้ทััง 2 ทาง คือ การยึดติดตัวตนอันหนึ่งคือ ยึดว่าตนต่ำตมอันหนึงคือ ยึดว่าตนเหนือคนGrowth mindsetเมื่อ "ยัง" ไม่โอเค "ยัง" ไม่เก่ง "ยัง" ไม่เชียวชาญเป็นโอกาสของการฝึนฝนให้เชียวชาญมากขึ้นเมื่อเกิดผิดพลาด ล้มเหลว เป็นโอกาสที่ดีที่ได้เรียนรู้จากความผิดพลาด /ล้มเหลว และ ได้เติบโตอีกFixed mindsetตัดสิน มากกว่า เข้าใจGrowth mindsetเข้าใจ มากกว่า ตัดสินFixed mindsetอยู่กับความคาดหวังGrowth mindsetอยู่กับความเป็นจริงFixed mindsetแข่งกับคนอื่นGrowth mindsetพัฒนาตนเองFixed mindsetจะกดดัน เปราะบาง ท้อง่าย หลงตน และ สั่นสะเทือนง่ายGrowth mindsetจะเปิดใจ มั่นคง ทุกข์น้อย อ่อนโยน และ เติบโตเรือ่ยๆ------------------------------------------เต่าใน moment นี้ คือ ตัวแทนของ growth mindset1.ใส่ใจที่กับการพัฒนาตนเอง และ ให้คุณค่ากับการพยายามขอเพียงไม่หยุดเดิน ยังไงก็ถึงเส้นชัยจะช้า จะเร็ว ขอเพียงเดินไม่หยุดถึงเส้นชัยแน่นอน2. การแข่งครั้งนี้ ทีสำคัญของเต่าไม่ใช่กระต่าย แต่คือ ตัวเองเพราะ ถ้าใส่ใจที่จะสู้กระต่ายเต่าจะไม่มีแรงเดินตั้งแต่แรกเป็นเต่าสิ้นหวังตั้งแต่่จุดสตาร์ทเพราะ ไม่มีทางสู้กันได้อยู่แล้ว เทียบเท้าต่อเท้า ก้าวต่อก้าวสิ่งสำคัญงานนี้ ของเต่า ไม่ใช่แข่งกับกระต่ายแต่ คือ การพัฒนาตนเองหัวใจและร่างกายของเต่า จีงมีพลังในการเดิน3. เต่าทำหน้่าที่ของตน เท่าที่ทำได้อย่างเต็มที่หน้าที่เต่า คือ เดินไปอย่างเต็มที่ส่วนผลแพ้ชนะ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ตามเหตุปัจจัยลักษณะนี้ เรียกว่า "เพียรทำกิจ ด้วยจิตปล่อยวาง"เพราะ ถ้าจิตไม่ปล่อยวาง หลายครั้งจะทำกิจไม่ออก ด้วยความกังวล และ กดดันนำผลจากความกังวล มาหลอนตนเองจนก้าวไม่ออก--------------------------------------------กระต่าย moment นี้ คือ ตัวแทนของ fixed mindset1. ชะล่าใจ ว่าเก่งแล้ว ไม่ต้องพัฒนาตนเองยังไงก็นอนมา ก็เลยนอนเลย ไม่ได้พัฒนาตนเอง จนคนอื่นที่เก่งน้อยกว่า แซงไป2. กระต่ายแพ้ ไม่ได้แพ้เพราะเต่าเป็นยังไงแต่แพ้เพราะ ตนเองแพ้เพราะความหลงตนหลงตนมาก จนขาดโอกาสในการพัฒนาตนเอง---------------------------ตอนท้ายถ้ากระต่าย นำความแพ้เต่า มาเรียนรู้ กระต่าย จะเติบโต(growth mindset)ถ้ากระต่าย นำความพ่ายแพ้ มาแค้นเคืองเต่า หรือ มาเสีย self อัปยศอดสู หรือ มาแก้ตัว หรือ มาโทษว่า เต่าโกงกระต่ายจะอดเติบโต แต่อาจกลายเป็นความต่ำตมแทน (fixed mindset)ส่วนเต่าเมื่อชนะแล้ว นำมาเรียนรู้ ฝึกฝน นำมาเข้าใจตนเอง และ สถานการณ์เต่าจะเติบโต (growth mindset)เมื่อชนะแล้ว นำมาหลงตน ยึดติดกับการชนะกระต่ายจนตัวลอยเต่าจะต่ำตม เพราะ ยึดติดตัวตน (fixed mindset)---------------------------------fixed mindset กับ growth mindset เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้จะ fixed mindset หรือ growth mindsetสำคัญ คือ การรู้ตัวเมื่อรู้ตัวว่า กำลัง fixed mindsetประตูของ growth mindset จะเปิดขึ้นบทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล- สามารถรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=1quWW7tJvTI-------------------------------------
#Growthmindset
#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข
เครดิตภาพ : https://www.pinterest.com/pin/265571709254885411/และhttps://www.thairath.co.th/content/529231