วันเสาร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2567

“Toxic Positivity” ภาวะบวกจนเป็นพิษ คืออะไร? และ แนวทางลดพิษ คือ อะไร? โดย พญ. ทานตะวัน

 

 
"Toxic Positivity"
(ภาวะบวกจนเป็นพิษ)

คำนิยามภาวะนี้ที่กล่าวโดย
Dr. Laura Gallaher
นักจิตวิทยาจากสถาบัน Gallaher Edge
กล่าวถึงอาการ Toxic Positivity ไว้ว่า
“ภาวะนี้ คือ อาการที่มองโลกในแง่ดีมากกว่าความเป็นจริง
จนไม่ตรงกับความเป็นจริง
หรือ ไม่สมเหตุสมผล
และ พยายามไม่รับรู้อารมณ์ลบ หรือ ความคิดในแง่ลบ
ของตนเอง และ ผู้เกี่ยวข้อง
เช่น ปฏิเสธการรับรู้ความรู้สึกเศร้า ความรู้สึกเสียใจ ความรู้สึกโกรธ ฯลฯ
จนนำไปสู่ปัญหาต่างๆที่ตามมามากมาย”

---------------------------------------

✍️ลักษณะของ Toxic Positivity มีดังนี้
1. พยายามหาเหตุผลมาอธิบายให้รู้สึกดี (Rationalization)
โดยไม่ได้รับรู้ความจริงว่า
คน หรือ สถานการณ์จริงตรงหน้า กำลังไม่โอเค

บางคนเหมือนวิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์ตลอด
สร้างอารมณ์ดี สดใส ร่าเริง ไว้ตลอด

ปัญหาคือ
ขาดการเห็นโลกตามความเป็นจริง
หลายเรื่องจึงขาดการรับรู้ว่า
คนที่อยู่ตรงหน้า
สถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้าจริงๆ
รวมถึงความรู้สึกของตนเองจริงๆ
เป็นอย่างไร

เพราะ ไปอยู่กับโลกในความคิด(บวก)ของตนเอง

การพยายามมองโลกให้สวย (กว่าความเป็นจริง)
จะไม่ได้แก้ไขปัญหา
เพราะ มองไม่เห็นปัญหา หรือ พยายามไม่เห็นปัญหา

เรื่องที่เป็นปัญหา ก็ยังเป็นต่อไป...

2. โทษผู้อื่น (Projection)
เพื่อให้ตนเองรู้สึกดีกับตนเองต่อไป....

เช่น เมื่อมีเรื่องแย่ๆ เกิดขึ้น
มองว่าสิ่งแย่ๆ ล้วนเกิดจากคนอื่น/จากสถานการณ์
ไปจนถึง จากดินฟ้าอากาศก็มี

คือ ความไม่ดีล้วนยกให้เป็นจากทุกสิ่ง
ยกเว้น ส่วนจากตนเอง

ปัญหาคือ
ถ้าสิ่งนั้นจริงๆ มีส่วนจากตัวเรา
แต่เราไม่ได้เกิดการตระหนัก สำนึก
หรือ เรียนรู้ในส่วนที่ตนทำผิดพลาด

แต่ไปเฝ้าโทษคนอื่น สิ่งอื่นหมด
ไม่ได้พิจารณาส่วนจากตนเอง

ทำให้ตนเองขาดโอกาสเรียนรู้
เพื่อลดความผิดพลาดในครั้งต่อไป
รวมถึงขาดโอกาสพัฒนาตนเองไปอย่างน่าเสียดาย

และ ทำให้ปัญหาที่เกิดจากตนเอง
ยังคงอยู่ในการสร้างปัญหาต่อไป...(แบบไม่รู้ตัว) ซ้ำๆ ได้

3. ขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Lack of Empathy)

ภาวะบวกจนเป็นพิษ
จะมีอาการไม่แตะ ไม่สัมผัส ไม่รับรู้ ไม่ยอมรับ
ความรู้สึกด้านลบ โดยเฉพาะความรู้สึกทุกข์
หรือ ความรู้สึกที่ดูไม่เท่ ไม่คูล
เช่น ความรู้สึก เศร้า เสียใจ โกรธ เป็นต้น

ปัญหาคือ
ขาดความเข้าใจ ความรู้สึก และ อารมณ์ที่แท้จริง
ของผู้อื่น และ ของตนเองด้วย

ทำให้เสียคุณภาพการรับฟังที่ดี
ทำให้เสียคุณภาพในการใส่ใจความรู้สึกของเพื่อนมนุษย์ไป
ทำให้เสียคุณภาพความเข้าใจผู้อื่น
ทำให้ปลอบใจใครไม่เป็น
ยิ่งปลอบ ทำให้เขารู้สึกแย่ลงกว่าเดิม
เพราะการปลอบใจใครได้ดี
เริ่มต้นจากการเข้าใจความรู้สึกเขาอย่างที่เขาเป็น
(ไม่ใช่อย่างทีเรายัดเยียดให้เขาเป็น)
ทำให้เสียคุณภาพความเข้าใจตนเองด้วย
เมื่อวันนึงต้องเผชิญกับความรู้สึกลบ
ที่ไม่สามารถหลบเลี่ยงได้
จะไปไม่เป็น อยู่ไม่ได้
เพราะไม่มีทักษะในการอยู่กับอารมณ์ด้านลบ
ไม่มีความเข้าใจอารมณ์ด้านลบ
ใจจึงขาดปัญญาทางใจ (wisdom)
ในการดูแลจิตใจอย่างเหมาะสม

4. บิดเบือนความจริง (Distortion)

ภาวะบวกจนเป็นพิษ
มองตนเองบวกมาก มองโลกบวกมาก
อวยตนเอง และ สิ่งที่ตนมีเกินจริง
จนเหมือนสร้างวิมานในอากาศ
เสมือนสะกดจิตหลอกตนเองไปวันๆ

ปัญหาคือ
นำมาสู่การหลงตัวเอง มองตัวเองแง่บวกเกินจริง

การมองตนเองในแง่ดีที่ healthy
คือ การเห็นตนเองดีตามจริง เน้น ตามจริง

แต่ภาวะบวกจนเป็นพิษ (toxic positivity)
คือ มองดีเกินจริง เน้น เกินจริง
อะไรที่ไม่สมจริง มักสร้างปัญหาได้เสมอ
เพราะ มุมมองต่อสถานการณ์ต่างๆ ไม่ตรงกับความจริง
จึงมักจะสร้างปัญหา... มากกว่าจะแก้ปัญหา

5. การเพิกเฉย (Ignorance)

เหมือนซุกปัญหาไว้ใต้พรม
คือ ไม่รับรู้ ไม่ใส่ใจ ปล่อยปัญหาไว้ ไม่อยากแตะปัญหาใดๆ
เพราะ ไม่อยากไม่สบายใจ
เพราะ อยากจะสบายใจอยู่ตลอด
อยากรู้สึกเชิงบวกตลอดเวลา

ปัญหาคือ
ในความจริงปัญหาได้เกิดขึ้นแล้ว
ต่อให้ ไม่ใส่ใจ ไม่รับรู้
ปัญหาก็ไม่หายไป
และ จะทวีขึ้นเรื่อยๆ
เพราะไม่ได้ถูกจัดการอย่างเหมาะสม

6. การพยายามเปลี่ยนสถานการณ์ที่ผิดปกติให้เป็นปกติ (Normalize abnormal situations)

สถานการณ์จริง ไม่โอเคแล้ว
เช่น มีการทำร้าย การบูลลี่ การเอาเปรียบ การเบียดเบียนกัน การโกงกัน การโยนงานกัน เป็นต้น
แต่บอกตนเอง หรือ บอกคนอื่น
ว่า ไม่เป็นไร ไม่มีอะไร แค่นี้เอง
แต่จริงๆ คือ กำลังเดือดร้อนมาก เครียดมาก รู้สึกแย่มากๆ รู้สึก burnout หรือ กำลังพังมาก

ปัญหาคือ
ตนเอง หรือ ผู้ที่เกี่ยวข้อง
จะเดื่อดร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ...
เพราะ ไม่ได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง (right action)
ในการบริหารจัดการ แก้ไขให้เหมาะสม
เพราะ มัวแต่ไม่เป็นไร.... จนกลายเป็นบรรลัย...><"

7. การขาดความกล้าในการแสดงความคิดเห็น
(Lack of Assertiveness)

เพราะต้องการรักษาความรู้สึกเชิงบวก
หรือ กลัวเสียบรรยากาศเชิงบวกมาก

มากจนไม่กล้าแสดงความเห็นใดๆ ที่แตกต่าง
เกิดพฤติกรรมเออออ ห่อหมก ไปเรื่อยๆ
จนกลายเป็นความอึดอัด อัดอั้น
รวมถึงไม่กล้าขอความช่วยเหลือ
เพราะไม่อยากให้เกิดความรู้สึกไม่ดีใดๆทั้งสิ้น

ปัญหาคือ
อึดอัด อัดอั้น ปากไม่ตรงกับใจ
จนกลายเป็นความน้อยเนื่้อต่ำใจ หมดไฟ
หรือ สร้างระเบิดเวลาที่รอวันทิ้งบอม

----------------------------------------

#แนวทางลดภาวะบวกเป็นพิษ 🙂

🙂 1. ฝึกรับรู้อารมณ์ ความคิด ความรู้สึกที่เกิดขึ้นตามจริง เน้น ตามจริง

โดยเฉพาะความรู้สึกด้านลบ
ที่มักจะหลบหลีก หลบเลี่ยง

การรับรู้ การฝึกเผชิญ ความรู้สึกเชิงลบ
ช่วยให้จิตใจ เข้มแข็งมากขึ้นอย่างแท้จริง

เพราะ การวิ่งอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์แบบออกมาไม่ได้
หรือ วาดวิมานในอากาศไปเรื่อยๆ
หรือ สะกดจิตโลกสวยไปวันๆ
(เพราะกลัวความจริง)

จะรังแต่ทำให้จิตใจอ่อนแอลง....
จนเปราะบาง
เหมือนแก้วบางๆ ที่พร้อมแตกได้ทุกเมื่อ
เป็นสภาพจิตใจที่อ่อนแออย่างมาก

การฝึกรับรู้อารมณ์ ความคิด
ความรู้สึกที่เกิดขึ้นตามจริงไปเรื่อยๆ
ใจจะแข็งแรง แข็งแกร่ง อย่างแท้จริง
ไม่ต้องคอยหลบไปอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์
หรือ วิมานชูใจใดๆ

🙂 2. ฝึกสื่อสาร ฝึก constructive feedback
การสื่อสารที่เหมาะสม
เช่น การสื่อสารด้วยการใช้ I-message (บอก I feel, I think , I want.. )
หรือ การสื่อสารด้วยแนวทางการสื่อสารอย่างสันติ
(NVC, Nonviolent Communication)
จะช่วยให้สามารถสื่อสาร
ได้ตรงกับความรู้สึก ความต้องการที่แท้จริง
โดยไม่ได้ไปทำให้เกิดความเสียหาย

การสื่อสารแบบนี้
จะช่วยให้ตัวเรา ผู้พูด
ได้ฝึกเข้าใจความรู้สึก ความต้องการของตนเอง
รวมทั้งผู้ฟัง
เข้าใจสิ่งที่เราต้องการสื่อได้ดี
และ ช่วยให้เขาเข้าใจเราได้ง่ายขึ้น
และ ตรงกับความจริงมากขึ้น

🙂 3. ฝึกสังเกต ในสิ่งที่ไม่เป็นธรรม หรือ สิ่งผิดปกติ

เมื่อไหร่ที่เราต้องพูดว่า "ไม่เป็นไร"
ให้ตระหนักว่า มีความ "เป็นไร" เกิดขึ้นแล้ว
เราจึงต้องมาบอกตนเองว่า "ไม่เป็นไร"

ฝึกยอมรับ ความจริง ว่า "มันเป็นไร"
และ สิ่งที่แก้ไขให้ดีขึ้นได้ "ให้ลงมือจัดการ"

การปล่อยวาง กับ การปล่อยปละละเลยไม่เหมือนกัน
สิ่งจัดการแก้ไขได้ แต่ไม่ทำ
ไม่ใช่การปล่อยวาง เรียกว่า ปล่อยปละละเลย

🙂 4. ฝึกเข้าใจตัวเอง (ฝึก self-awareness)
และ ฝึกเข้าใจผู้อื่น (ฝึก empathy)

ฝึกเข้าใจความรู้สึก ความต้องการที่เกิดขึ้นจริง
ในเรา และ ผู้อื่น
จะทำให้หัวใจความเป็นมนุษย์คืนกลับมา
และ ปัญญาทางใจเติบโตขึ้นอย่างมาก
นำมาสู่การดูแลตนเอง และ ดูแลผู้อื่น
ได้อย่างดีขึ้นมาก
ชนิดหนังคนละม้วนเลย
กับตอนตกอยู่ในภาวะบวกเป็นพิษ

🙂 5. ฝึกมองโลกตามความเป็นจริง
การมองโลกที่ดีทีสุด คือ มองเห็นโลกตามจริง
โลกกลมๆ มีทั้งส่วนด้านบวก และ ส่วนด้านลบ
การมองโลกที่ดี และ healthy
คือ เห็นมันทั้ง 2 ด้าน
ตามที่มันเป็น เน้น ตามที่มันเป็น
ไม่ใช่อย่างที่เราอยากให้เป็น

การฝึกมองโลกแบบนี้
ช่วยเพิ่มปัญญาทางใจ
นำไปสู่การดำเนินชีวิตที่ค่อยๆ ทุกข์น้อยลงอย่างแท้จริง

บทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข

🙂 ท่านใดสนใจรับฟังบทความนี้
สามารถรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🙂
https://youtu.be/GS29NWt9Nks 

วันศุกร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2567

"ไม่มีอะไรตลอดเวลา" การเข้าใจความจริงข้อนี้ ช่วยลดความทุกข์จากความคาดหวังได้อย่างไร? โดย พญ.ทานตะวัน

 

 

ทุกข์จากความคาดหวัง

คาดหวังสิ่งใดมาก
จะทุกข์เพราะสิ่งนั้นมาก
ตามความยึดถือของใจเรา

บางคน
ทุกข์เพราะต้องดีและถูกต้องตลอดเวลา
ทุกข์เพราะต้องเป็นที่รัก เป็นคนสำคัญตลอดเวลา
ทุกข์เพราะต้องประสบความสำเร็จได้รับการยอมรับตลอดเวลา
ทุกข์เพราะต้องพิเศษลึกซึ้งตลอดเวลา
ทุกข์เพราะต้องมีความสุขสงบตลอดเวลา
ทุกข์เพราะต้องปลอดภัยมั่นคงตลอดเวลา
ทุกข์เพราะต้องมีความสุขมีอิสระตลอดเวลา
ทุกข์เพราะต้องแข็งแกร่งตลอดเวลา
ทุกข์เพราะต้องการสันติสงบสุขตลอดเวลา

ในความจริง
เราไม่สามารถดีและถูกต้องได้ตลอดเวลา
เราไม่สามารถเป็นที่รักและเป็นคนสำคัญได้ตลอดเวลา
เราไม่สามารถประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับได้ตลอดเวลา
เราไม่สามารถเป็นคนพิเศษลึกซึ้งได้ตลอดเวลา
เราไม่สามารถรักษาความสุขสงบได้ตลอดเวลา
เราไม่สามารถปลอดภัยมั่นคงได้ตลอดเวลา
เราไม่สามารถมีความสุขมีอิสระได้ตลอดเวลา
เราไม่สามารถแข็งแกร่งได้ตลอดเวลา
เราไม่สามารถมีสันติและสงบสุขได้ตลอดเวลา

เข้าใจความจริงข้อนี้
ไม่มีสิ่งใดที่จะเกิดตลอดเวลาได้
ทั้งเรื่องดี และ ไม่ดี
ทั้งความสมหวัง และ ความผิดหวัง
ทั้่งเรื่องบวก และ เรื่องลบ

การเข้าใจความจริงว่า "ไม่มีอะไรตลอดเวลา"
ทุกอย่างล้วนมีเปลี่ยนไป ไม่แน่นอน
ตามเหตุปัจจัย

การเข้าใจความจริงข้อนี้
จะทำให้เราทุกข์น้อยลง

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่้งสุข

บทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

🙂 สามารถรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ
https://youtu.be/lBIfz_kSoTA

วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2567

สิ่งที่เราคิดว่าเหมาะกับเรา วันหนึ่งอาจใช่/อาจไม่ใช่ สิ่งที่จะช่วยให้เราได้คำตอบคือ? โดย พญ.ทานตะวัน

 

 
สิ่งที่เราคิดว่าเหมาะกับเรามาตลอด
วันหนึ่งอาจใช่
หรือ วันหนึ่งอาจไม่ใช่

ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดขึ้นได้

แต่การให้โอกาสตนเอง...ได้เต็มที่กับมัน

เป็นสิ่งที่ดี และ มีค่ามากๆ ...

เพราอะไรจึงเป็นเช่นนั้น?

🙂 เพราะ การจะรู้ว่ามันใช่ หรือ มันไม่ใช่
ไม่สามารถใช้ความคิดคาดเดาตัดสิน

❤ แต่ต้องใช้
"การประจักษ์จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริง"

การเข้าไปคลุกคลี...มีประสบการณ์ตรง
จะช่วยให้เรา
เกิดความประจักษ์แจ้งที่ใจ
ได้ว่าสิ่งนั้นจริงๆแล้ว
เหมาะ หรือ ไม่เหมาะกับเรากันแน่

🙂 และ ที่สำคัญอีกอย่าง คือ
ไม่ว่าจะใช่ หรือ ไม่ใช่

❤ การได้ลองให้โอกาสตนเองกับมันอย่างเต็มที่
เป็นโอกาส
ได้บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความกล้าหาญในตัวเรา
รวมทั้ง
ทำให้เราได้รู้จักตนเองมากขึ้น.....
ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อชีวิตและจิตใจมากๆ

🙂 ทั้งหมดนี้ จึงเป็นความคุ้มค่าอย่างยิ่ง😊

บทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

--------------------
😃 ท่านใดสนใจรับฟังบทความนี้
สามารถรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 😃
https://youtu.be/NI1BJxvdsZg

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข 


วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2567

Enneagram: รู้จักคน 9 บุคลิก ใน 9 นาที ในศาสตร์นพลักษณ์ โดย พญ.ทานตะวัน

 

 

Introduction to enneagram
รู้จักคน 9 บุคลิก
ในศาสตร์นพลักษณ์
ใน 9 นาที
ติดตามรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ
---------------------------------------
ท่านใดสนใจ
"คอร์ส Enneagram ศาสตร์เพื่อการเข้าใจตนเองและผู้อื่น"
ติดต่อได้ที่
LINE OFFICIAL : @504jcald
หรือ
ทางลิงค์นี้ https://lin.ee/Pfw3uGo ค่ะ


วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2567

“ความสุขสัมพัทธ์ คือ อะไร?”เพราะอะไรคนที่ควรจะมีความสุข แต่กลับไม่มีความสุข โดย พญ.ทานตะวัน

 

 

“ความสุขสัมพัทธ์ คือ อะไร?”
Relative Happiness Theory

เพราะอะไร
หลังการหยุดยาว จึงเกิดภาวะเศร้าเซ็ง
เพราะอะไร
คนที่ควรจะมีความสุข แต่กลับไม่มีความสุข
เพราะอะไร
คนที่เราคิดว่ายากลำบาก เขากลับมีความสุขมากกว่าที่เราคิด
เพราะอะไร
การเล่นโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดภาวะจิตตก
เพราะอะไร
ใจจึงโหยหาความสุขไปไม่สิ้นสุด...
ฯลฯ

ติดตามรับฟังเพิ่มเติมได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🙂
https://youtu.be/ECcxdw87YZk

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข