วันเสาร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2566

"เราควรอยู่กับปัจจุบันและทำมันให้ดีที่สุด" โดย พญ.ทานตะวัน

 

 

"เราควรอยู่กับปัจจุบัน และ ทำมันให้ดีที่สุด" เพราะ แม้อดีตจะสำคัญอย่างไร ปัจจุบันสำคัญที่สุด เพราะ อะไรจึงเป็นเช่นนั้น ? รายละเอียดรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ https://www.youtube.com/watch?v=EMy1fKbIfDI  

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต #เข้าใจธรรมชาติจิตใจ #ยิ่งโตยิ่งสุข

วันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566

"ยอมรับว่าเรามีข้อบกพร่อง" คือ โอกาสก้าวต่อไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า และ มีความสุขมากกว่า โดย พญ.ทานตะวัน

 

 

"ยอมรับว่าเรามีข้อบกพร่อง"

ประโยคสั้นๆ
แต่มีความหมายลึกซึ้ง

ข้อบกพร่องเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยอมรับได้ยาก

ยากจนเกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
จากความกังวลว่าเรามีข้อบกพร่อง
จากการรับไม่ได้ว่าเรามีข้อบกพร่อง

เช่น

1. บางคนพอเห็นว่าตนเองมีข้อบกพร่อง ก็รู้สึกผิด รู้สึกแย่กับตนเองมากๆ
รับตนเองไม่ได้ ที่เรามีข้อบกพร่อง
เราผิดพลาด เราไม่สมบูรณ์แบบ เรามีที่ติ เราเหมือนมีตำหนิแล้ว
จึงจมกับความรู้สึกผิด วนไปวนมา กลายเป็นจิตตกและเศร้าหมอง

2. บางคนกลายเป็นโทษคนอื่น
ไม่อยากเห็นข้อบกพร่องตนเอง รวมถึงไม่อยากให้คนอื่นเห็นว่าเราบกพร่อง เลยโทษคนอื่นซะ
ปัดความผิด ความบกพร่องให้ไปตกที่คนอื่น
พยายามปัดไปให้พ้นตนเอง

3. บางคนกลายเป็นชอบไปด้อยค่าคนอื่น หรือ ข่มคุณค่าคนอื่นลง
มักมองเห็นข้อบกพร่องคนอื่น คอยเห็นเขามีตำหนิ
ทำตำหนิคนอื่นให้เป็นเรื่องใหญ่
และ ชอบชูว่าตน ดีกว่าเขา เหนือเขา (อาจโดยทางตรง หรือ แบบทางอ้อม)
เพื่อหลบเลี่ยง หรือ กลบเกลื่อนข้อบกพร่องในตนเอง
ที่เราไม่อยากเห็นมัน

4. บางคนก็อยู่อย่างรู้สึกด้อยคุณค่า ไปจนถึงไร้ค่า
เพราะ รับข้อบกพร่องไม่ได้
การมีข้อบกพร่อง ทำให้รู้สึกเสียเซลฟ์ รู้สึกไร้ค่า

5. บางคนมีพฤติกรรมเกเร หรือ สำมะเลเทเมาไป หรือ ไม่ดูแลตนเอง ใช้ชีวิตให้ผ่านไปวันๆแบบพังๆ

เพราะ รังเกียจตนเอง เกลียดตนเอง เคืองตนเอง ที่มีข้อบกพร่อง
เลยทำร้ายตนเอง ผ่านการใช้ชีวิตให้แย่ๆไป

6. บางคนทำร้ายตนเอง
พอเห็นว่าตนเองมีข้อบกพร่อง แล้วทำใจไม่ได้
เลยทำร้ายตนเอง หรือ มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย
เพราะทนการมีข้อบกพร่องไม่ได้

7. บางคนก็ไม่รับรู้ไปเลยว่าตนเองมีข้อบกพร่อง
ปฏิเสธการเห็นตนเองอย่างที่เป็นไปเลย
พาตนเองไปอยู่ในโลกความฝัน โลดแล่นเข้าไปในทุ่งลาเวนเดอร์
เพื่อไม่รับรู้ว่าตนมีข้อบกพร่อง
กลายเป็นคนล่องลอย ชอบฝันกลางวัน และ จิตใจเปราะบาง รับความจริงเกี่ยวกับตนเองที่ไม่ดีเหมือนฝันไม่ได้
จิตใจแตกสลายง่าย

8. บางคนติดแก้ตัว กลัวจะเห็นว่าตนเองมีข้อบกพร่อง เลยติดนิสัยแก้ตัว มัวหาเหตุผลดีๆ เข้าข้างตนเอง
ให้คนอื่นฟัง ให้ตัวเองฟังไปวันๆ
วนๆไปกับแก้ตัวจนไม่ได้แก้ไข
เรื่องที่สร้างปัญหา เลยยังสร้างปัญหาเหมือนเดิม

ฯลฯ
เป็นต้น
#การยอมรับ
"ยอมรับว่าเรามีข้อบกพร่อง"
จึงเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตในใครหลายคน

เมื่อเรายอมรับได้ว่าเรามีข้อบกพร่อง
เราจะสามารถเผชิญข้อบกพร่องได้

ใจที่ยอมรับ
ใจที่พร้อมเผชิญข้อบกพร่อง
คือ ใจที่กล้าหาญ

แม้จังหวะแรกจะเจ็บปวดที่รับรู้ว่าตนเองมีข้อบกพร่อง
แต่เมื่อเปิดใจยอมรับมันได้

มันจะทะลายกำแพงใจลง
กำแพงใจถ้ายิ่งหนา ใจจะยิ่งอ่อนแอ

แต่ถ้ากำแพงใจทะลายลง
ใจจะแข็งแรง และ เข้มแข็งอย่างแท้จริง
มีความมั่นคงจากข้างใน

ความเข้มแข็งมั่นคงนี้จะเกิดขึ้นได้
เมื่อเรายอมรับความบกพร่องได้
เมื่อเรากล้าเผชิญกับมันอย่างตรงไปตรงมาได้

เราจะเจ็บปวดจากมันน้อยลง
เมื่อเรายอมรับความบกพร่องได้
ความบกพร่องนั้นจะไม่ทำร้ายใจเราอีก
และ พฤติกรรมชีวิตเราจะปกติมากขึ้น
ไม่สร้างปัญหา ให้ตนเอง และ คนอื่นๆต่อไป
เพียงเพราะ "เรายอมรับความบกพร่องไม่ได้"

ความบกพร่อง ยิ่งหนี ยิ่งปฏิเสธ ยิ่งวุ่นวาย ยิ่งทุกข์
การยอมรับความบกพร่อง ชีวิตกับสุขง่ายขึ้น
ยิ่งอยากสมบูรณ์แบบ กับ ยิ่งห่างไกลความสมบูรณ์ทางจิตใจ

#ข้อบกพร่องกับก้าวต่อไปของชีวิต
สิ่งที่เรามองว่าเป็นข้อบกพร่อง
เมื่อเรายอมรับ เราเห็นมัน
เราสามารถใช้มันเพื่อปรับปรุงชีวิตให้ดีขึ้นได้ต่อไป
เพราะ ความบกพร่องหลายอย่างเป็นสิ่งที่แก้ไขได้
นำมาเรียนรู้ได้
ส่วนที่แก้ไม่ได้ ฝึกที่จะอยู่กับมันด้วยความเข้าใจ
จะเป็นผลดีกับชีวิตมากกว่า

#หมายเหตุ
- ความบกพร่อง หลายครั้งเป็นเกณฑ์ที่เราตั้งขึ้นมาเอง
เพราะ ในหลายครั้งสิ่งที่เรามองว่าบกพร่อง อีกหลายคน อาจไม่ได้เห็นเป็นประเด็นอะไร

- ความสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
เป็นเกณฑ์ที่เราคาดหวัง
10 คนก็ 10 แบบ ตามที่เกณฑ์ที่แต่ละคนยึดถือ
ความสมบูรณ์แบบแท้ๆ ไม่มีจริง
ธรรมชาติความเป็นจริง คือ ความสมบูรณ์ในตัวของมัน
ตามเหตุปัจจัย
สิ่งที่เราตัดสินว่าไม่สมบูรณ์ คือ ความคิดเราเอง

ความสมบูรณ์แบบจึงเป็นงานมโนสวยๆชนิดหนึ่ง
เป็นความปรุงแต่งทางความคิด และ ทางใจชนิดหนึ่ง
การยึดติดกับงานมโนสวยๆ
ยิ่งยึดติดมาก
ก็ยิ่งทุกข์กับมันมาก
ความสุขก็ยิ่งหายไปอย่างน่าเสียดาย

บทความโดย พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

- สามารถรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🙂
https://youtu.be/3TWOnBU7dBE
----------------------------------
#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจการปรุงแต่งของใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข

วันพฤหัสบดีที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566

"ทุกปัญหา เพิ่มปัญญา" เมื่อ "นำมาเรียนรู้" โดย พญ.ทานตะวัน

 

 
"การรับมือกับปัญหาที่ดีที่สุด
คือ
การเรียนรู้จากมัน" 🙂

ทุกปัญหา
ทำให้เกิดการเรียนรู้(จริงๆ)
เมื่อเปิดใจ เปิดสมอง และ ลงมือทำ 🙂

ไม่มีใครอยากเจอปัญหา
แต่เมื่อต้องเจอ
ถือว่า โชคชะตามอบโอกาสให้เรา...ได้เรียนรู้ ได้เติบโต :)

#ทุกปัญหาเพิ่มปัญญา
#ปัญญา3ฐาน
#HeadHeartHand

- สามารถรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ :)
https://www.youtube.com/watch?v=u7N5VgXabvc

บทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

---------------------------------------------
หมายเหตุ : แนวทางการเรียนรู้ปัญหา และ วิธีแก้ไขปัญหา
ติดตามได้จากบทความนี้ค่ะ
"การแก้ปัญหาด้วยเทคนิคลดขยะใจ"
https://web.facebook.com/Dr.Tantawan/photos/a.103915954430308/289187572569811

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข


วันอังคารที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2566

"จงเป็นผู้ให้ โดยไม่จดจำ" สภาวะเติบโตของชาวลักษณ์ 2 โดย พญ.ทานตะวัน

 

 

"จงเป็นผู้ให้ โดย ไม่จดจำ"

คำกล่าวนี้ มีนัยที่ดีมาก

แต่ทำได้ยากมากสำหรับชาวลักษณ์ 2 ผู้ให้ (The giver)
และ รวมถึงชาวสามเหลี่ยมอำนาจอื่นๆ ด้วยก็มีความยากในมิติอื่นๆ ตามลักษณ์เช่นกัน

โดยสำหรับชาว 2 คำกล่าวนี้
ดีจริง
ถ้าใจ วางใจแบบนี้ได้จริง
ชาวลักษณ์ 2
จะเข้าถึงสภาวะอันเป็นคุณธรรมคือ
คือ freedom
(ความเป็นอิสระ จากการคาดหวังของตนเองและผู้คน)
และ will
(การเข้าถึง เข้าใจสภาวะเจตน์จำนงค์ที่แท้จริง
ที่ปรากฏขึ้นในตนเองและในสรรพสิ่ง)

แต่โดยในสภาวะใจในแบบบุคคลทั่วไป
ที่สภาวะ"ตัวตน" ยังต้องการคุณค่า และความรักมาเติมเต็มหัวใจ
ให้ใจฟู
ใจจึงมักจะรอคอย และ คาดหวัง
การเห็นคุณค่า และ ได้ความรักจากผู้คน โดยเฉพาะคนสำคัญ

และ self-esteem ของชาวลักษณ์ 2
ก็ คือ การเป็นผู้ให้
ที่อีกฝ่ายจะระลึกถึง
เห็นคุณค่าความสำคัญ
และจะขาดไม่ได้

จึงยากมากที่ชาวลักษณ์ 2
ในบุคคลทั่วไป
จะให้ไป แล้วไม่จดจำ

เพราะ
การให้แล้วเป็นที่จดจำ
และตราตรึงอยู่ในใจ
คือ
สุดยอดของแหล่งพลังงานชีวิตที่สำคัญ
คือ
บ่อน้ำมันทางใจบ่อใหญ่
คือ
ขุมกำลังอันยิ่งใหญ่ของ self-esteem เลยทีเดียว

เมื่อใด การให้... แล้วไร้การจดจำ
ใจชาวลักษณ์ 2
จะร้าวราน
ควานหาคุณค่าของชีวิตไม่เจอเลยทีเดียว

:) #เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
เพราะ ชาวลักษณ์ 2 มีชุดความเชื่อในระดับ conscious และ unconscious ว่า
"ต้องให้ และ ทำตัวให้เป็นที่ต้องการ
จึงจะได้รับความรัก และ มีคุณค่า"

ดังนั้น การมีคุณค่า
การเป็นที่รัก
การเป็นคนสำคัญ
คือ
การได้ให้
และ
คนที่ได้รับไปเห็นคุณค่า(มากๆ)
ของสิ่งที่ลักษณ์ 2 ตั้งใจทำให้
(อย่างทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ)

หัวใจชาวลักษณ์ 2 จะพองฟูยิ่งกว่าขนมถ้วยฟู ^_^

:) #แนวทางคลี่คลายนำสู่การเติบโต
เมื่อชาวลักษณ์ 2
ได้ฝึกฝนทางจิตใจ
จนเข้าใจธรรมชาติของใจ
และ
คลายจากสภาวะการยึดติดตัวตน และ
คุณค่าจากความเชื่อที่ยึดติดดั้งเดิม

จึงสามารถคลี่คลายจากเชื่อนี้
และ คลี่คลายจากตัวตนลักษณะนี้

การให้ โดย ไม่จดจำ
และ
การให้แล้ว อีกฝ่ายไม่จำ ไม่สนใจ
โดยไม่เกิดความน้อยใจ เสียใจ
จึงจะเกิดขึ้นได้จริง

เพราะ การให้ในสภาวะที่ใจเติบโตนี้
ไม่ได้ให้
เพื่อหล่อเลี้ยงตัวตน
หรือ เพื่อดำรงคุณค่า
หรือ การได้เป็นที่รักใดๆ
หรือ เพื่อเสริม self-esteem ใดๆ
หรือ ไม่ได้ให้เพื่อได้รับการเห็นคุณค่าว่าตนเป็นคนสำคัญ
หรือ ไม่ได้หวังอาการใจฟูจากให้

สภาวะการเติบโตทางจิตใจชาวลักษณ์ 2
คือ การเข้าถึงสภาวะอันเป็นคุณธรรมของชาวลักษณ์ 2
(Essential Spiritual Quality)
คือ
คือ freedom
จึงเกิดความเป็นอิสระ จากการคาดหวังของตนเองและของผู้คน
และ will
คือ การเข้าถึง
เข้าใจสภาวะเจตน์จำนงค์ที่แท้จริง
ที่ปรากฏขึ้นในตนเองและในสรรพสิ่ง

ความทะนงตน (pride)
ในการให้จึงลดลง

การให้แล้ว
ไม่ได้ใส่ใจว่าจะเป็นที่จดจำหรือไม่ จึงเกิดขึ้นได้จริง

"การให้ เพื่อ ให้" จึงเกิดขึ้น

บทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

- สามารถรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ :)
https://youtu.be/WyNbyo2_Fdo

--------------------------------
<3 :) ท่านใดสนใจแนวทางการเติบโตของชาวลักษณ์ 2 :) <3
สามารถอ่านได้จากบทความนี้ค่ะ
: เส้นทางการเติบโตของชาวลักษณ์ 2
https://web.facebook.com/Dr.Tantawan/photos/a.674563880698843/523426162479283/

-----------------------------
#เกร็ดเอ็นเนียแกรม
#ลักษณ์2
#enneagram
#นพลักษณ์
#ไม่มีลักษณ์ไหนดีกว่าลักษณ์ไหน
#ทุกลักษณ์ดีหมดเมื่อเติบโต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข

วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2566

"สุขจากสิ่งไหน ก็จะทุกข์เพราะสิ่งนั้น" กับแนวทางการดูแลจิตใจ โดย พญ.ทานตะวัน

 

 

"สุขจากสิ่งไหน ก็จะทุกข์เพราะสิ่งนั้น"

เช่น
สุขจากการได้รับการยกย่องสรรเสริญ
จะทุกข์จากการที่ไม่ได้รับการยกย่องสรรเสริญ

สุขจากการได้ตำแหน่งใหญ่โต
จะทุกข์จากการที่ไม่ได้รับการตำแหน่งดังที่ต้องการ

สุขจากการที่ภูมิใจตนเองได้ทำสิ่งดี
จะทุกข์จากการทีได้ทำความผิดพลาด ทำสิ่งที่ไม่ดีเหมือนดั่งที่ตั้งใจ

สุขจากการเป็นที่รัก เป็นคนสำคัญ
จะทุกข์จากการที่ได้ไม่ได้เป็นที่รัก หรือ คนสำคัญ ดังที่อยากได้

สุขจากการได้มีชีวิตอิสระ
จะทุกข์จากการที่ไม่ได้มีอิสระ ดังใจต้องการ

สุขจากการใช้ชีวิตเงียบสงบ
จะทุกข์จากการไม่ได้มีชีวิตที่สงบเงียบดังต้องการ

สุขจากการได้เสพสิ่งสุดยอด
จะทุกข์ทรมานจากการไม่ได้เสพสิ่งที่คิดว่าสุดยอด

และ อีกหลายสถานการณ์ที่ทำให้สุข และ ทำให้ทุกข์ได้

สิ่งสำคัญคือ
การรู้จักตนเอง ว่าเรามักสุขกับอะไร
การรู้จักตนเอง ว่าเรามักทุกข์กับอะไร

ทำให้เรารู้ว่า เรามักให้ "ค่า" กับอะไร

สิ่งที่ใจให้ค่า มักเป็นสิ่งที่ใจยึดติด

ฝึกรู้จักตนเอง
ฝึกรู้ใจตนเอง
ฝึกรู้ทันความสุข
ฝึกรู้ทันความทุกข์
ฝึกรู้ทันการยึดติด

ฝึกปล่อยสิ่งที่ยึดติด......

เมื่อใจคลายจากสิ่งยึดติด

ใจจะค่อยๆ ฟูน้อยลง กับ ด้านสุข
และ
ใจจะค่อยๆ ทุกข์น้อยลง เมื่อเจอด้านทุกข์

บทความโดย พญ. ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

- สามารถรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🙂
https://youtu.be/XBo1U5_xzds

#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#ยิ่งโตยิ่งสุข