วันอังคารที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2566

"จงเป็นผู้ให้ โดยไม่จดจำ" สภาวะเติบโตของชาวลักษณ์ 2 โดย พญ.ทานตะวัน

 

 

"จงเป็นผู้ให้ โดย ไม่จดจำ"

คำกล่าวนี้ มีนัยที่ดีมาก

แต่ทำได้ยากมากสำหรับชาวลักษณ์ 2 ผู้ให้ (The giver)
และ รวมถึงชาวสามเหลี่ยมอำนาจอื่นๆ ด้วยก็มีความยากในมิติอื่นๆ ตามลักษณ์เช่นกัน

โดยสำหรับชาว 2 คำกล่าวนี้
ดีจริง
ถ้าใจ วางใจแบบนี้ได้จริง
ชาวลักษณ์ 2
จะเข้าถึงสภาวะอันเป็นคุณธรรมคือ
คือ freedom
(ความเป็นอิสระ จากการคาดหวังของตนเองและผู้คน)
และ will
(การเข้าถึง เข้าใจสภาวะเจตน์จำนงค์ที่แท้จริง
ที่ปรากฏขึ้นในตนเองและในสรรพสิ่ง)

แต่โดยในสภาวะใจในแบบบุคคลทั่วไป
ที่สภาวะ"ตัวตน" ยังต้องการคุณค่า และความรักมาเติมเต็มหัวใจ
ให้ใจฟู
ใจจึงมักจะรอคอย และ คาดหวัง
การเห็นคุณค่า และ ได้ความรักจากผู้คน โดยเฉพาะคนสำคัญ

และ self-esteem ของชาวลักษณ์ 2
ก็ คือ การเป็นผู้ให้
ที่อีกฝ่ายจะระลึกถึง
เห็นคุณค่าความสำคัญ
และจะขาดไม่ได้

จึงยากมากที่ชาวลักษณ์ 2
ในบุคคลทั่วไป
จะให้ไป แล้วไม่จดจำ

เพราะ
การให้แล้วเป็นที่จดจำ
และตราตรึงอยู่ในใจ
คือ
สุดยอดของแหล่งพลังงานชีวิตที่สำคัญ
คือ
บ่อน้ำมันทางใจบ่อใหญ่
คือ
ขุมกำลังอันยิ่งใหญ่ของ self-esteem เลยทีเดียว

เมื่อใด การให้... แล้วไร้การจดจำ
ใจชาวลักษณ์ 2
จะร้าวราน
ควานหาคุณค่าของชีวิตไม่เจอเลยทีเดียว

:) #เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
เพราะ ชาวลักษณ์ 2 มีชุดความเชื่อในระดับ conscious และ unconscious ว่า
"ต้องให้ และ ทำตัวให้เป็นที่ต้องการ
จึงจะได้รับความรัก และ มีคุณค่า"

ดังนั้น การมีคุณค่า
การเป็นที่รัก
การเป็นคนสำคัญ
คือ
การได้ให้
และ
คนที่ได้รับไปเห็นคุณค่า(มากๆ)
ของสิ่งที่ลักษณ์ 2 ตั้งใจทำให้
(อย่างทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ)

หัวใจชาวลักษณ์ 2 จะพองฟูยิ่งกว่าขนมถ้วยฟู ^_^

:) #แนวทางคลี่คลายนำสู่การเติบโต
เมื่อชาวลักษณ์ 2
ได้ฝึกฝนทางจิตใจ
จนเข้าใจธรรมชาติของใจ
และ
คลายจากสภาวะการยึดติดตัวตน และ
คุณค่าจากความเชื่อที่ยึดติดดั้งเดิม

จึงสามารถคลี่คลายจากเชื่อนี้
และ คลี่คลายจากตัวตนลักษณะนี้

การให้ โดย ไม่จดจำ
และ
การให้แล้ว อีกฝ่ายไม่จำ ไม่สนใจ
โดยไม่เกิดความน้อยใจ เสียใจ
จึงจะเกิดขึ้นได้จริง

เพราะ การให้ในสภาวะที่ใจเติบโตนี้
ไม่ได้ให้
เพื่อหล่อเลี้ยงตัวตน
หรือ เพื่อดำรงคุณค่า
หรือ การได้เป็นที่รักใดๆ
หรือ เพื่อเสริม self-esteem ใดๆ
หรือ ไม่ได้ให้เพื่อได้รับการเห็นคุณค่าว่าตนเป็นคนสำคัญ
หรือ ไม่ได้หวังอาการใจฟูจากให้

สภาวะการเติบโตทางจิตใจชาวลักษณ์ 2
คือ การเข้าถึงสภาวะอันเป็นคุณธรรมของชาวลักษณ์ 2
(Essential Spiritual Quality)
คือ
คือ freedom
จึงเกิดความเป็นอิสระ จากการคาดหวังของตนเองและของผู้คน
และ will
คือ การเข้าถึง
เข้าใจสภาวะเจตน์จำนงค์ที่แท้จริง
ที่ปรากฏขึ้นในตนเองและในสรรพสิ่ง

ความทะนงตน (pride)
ในการให้จึงลดลง

การให้แล้ว
ไม่ได้ใส่ใจว่าจะเป็นที่จดจำหรือไม่ จึงเกิดขึ้นได้จริง

"การให้ เพื่อ ให้" จึงเกิดขึ้น

บทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

- สามารถรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ :)
https://youtu.be/WyNbyo2_Fdo

--------------------------------
<3 :) ท่านใดสนใจแนวทางการเติบโตของชาวลักษณ์ 2 :) <3
สามารถอ่านได้จากบทความนี้ค่ะ
: เส้นทางการเติบโตของชาวลักษณ์ 2
https://web.facebook.com/Dr.Tantawan/photos/a.674563880698843/523426162479283/

-----------------------------
#เกร็ดเอ็นเนียแกรม
#ลักษณ์2
#enneagram
#นพลักษณ์
#ไม่มีลักษณ์ไหนดีกว่าลักษณ์ไหน
#ทุกลักษณ์ดีหมดเมื่อเติบโต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข

วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2566

"สุขจากสิ่งไหน ก็จะทุกข์เพราะสิ่งนั้น" กับแนวทางการดูแลจิตใจ โดย พญ.ทานตะวัน

 

 

"สุขจากสิ่งไหน ก็จะทุกข์เพราะสิ่งนั้น"

เช่น
สุขจากการได้รับการยกย่องสรรเสริญ
จะทุกข์จากการที่ไม่ได้รับการยกย่องสรรเสริญ

สุขจากการได้ตำแหน่งใหญ่โต
จะทุกข์จากการที่ไม่ได้รับการตำแหน่งดังที่ต้องการ

สุขจากการที่ภูมิใจตนเองได้ทำสิ่งดี
จะทุกข์จากการทีได้ทำความผิดพลาด ทำสิ่งที่ไม่ดีเหมือนดั่งที่ตั้งใจ

สุขจากการเป็นที่รัก เป็นคนสำคัญ
จะทุกข์จากการที่ได้ไม่ได้เป็นที่รัก หรือ คนสำคัญ ดังที่อยากได้

สุขจากการได้มีชีวิตอิสระ
จะทุกข์จากการที่ไม่ได้มีอิสระ ดังใจต้องการ

สุขจากการใช้ชีวิตเงียบสงบ
จะทุกข์จากการไม่ได้มีชีวิตที่สงบเงียบดังต้องการ

สุขจากการได้เสพสิ่งสุดยอด
จะทุกข์ทรมานจากการไม่ได้เสพสิ่งที่คิดว่าสุดยอด

และ อีกหลายสถานการณ์ที่ทำให้สุข และ ทำให้ทุกข์ได้

สิ่งสำคัญคือ
การรู้จักตนเอง ว่าเรามักสุขกับอะไร
การรู้จักตนเอง ว่าเรามักทุกข์กับอะไร

ทำให้เรารู้ว่า เรามักให้ "ค่า" กับอะไร

สิ่งที่ใจให้ค่า มักเป็นสิ่งที่ใจยึดติด

ฝึกรู้จักตนเอง
ฝึกรู้ใจตนเอง
ฝึกรู้ทันความสุข
ฝึกรู้ทันความทุกข์
ฝึกรู้ทันการยึดติด

ฝึกปล่อยสิ่งที่ยึดติด......

เมื่อใจคลายจากสิ่งยึดติด

ใจจะค่อยๆ ฟูน้อยลง กับ ด้านสุข
และ
ใจจะค่อยๆ ทุกข์น้อยลง เมื่อเจอด้านทุกข์

บทความโดย พญ. ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

- สามารถรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🙂
https://youtu.be/XBo1U5_xzds

#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#ยิ่งโตยิ่งสุข 

วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2566

"สู้แบบสุนัขจนตรอก" คือ หนึ่งในช่วงเวลากล้าหาญของชาวลักษณ์ 6 เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น? โดย พญ.ทานตะวัน

 

 
เกร็ดเอ็นเนียแกรม
ตอน
"สู้แบบสุนัขจนตรอก"
คือ หนึ่งในช่วงเวลากล้าหาญของชาวลักษณ์ 6 ในหลายคน

"สู้แบบสุนัขจนตรอก"
คือ
การตกอยู่ในสภานการณ์แย่สุด ไม่มีทางไป ไม่มีทางเลือกอื่น
นอกจากการสู้ คือ ถ้าไม่สู้ ก็คือ ตาย
ตอนนั้นจึงมักสู้ตาย

เพราะอะไร จึงเป็นเช่นนั้น ?

-------------------------------------
#ตอบ
ในสถานการณ์นี้
เป็นช่วงเวลาที่ชาวลักษณ์ 6

เกิดภาวะ
🙂 "No doubt"

🙂 "ไม่มีอะไรต้องลังเล"
การไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ทำให้ไม่ต้องคิดลังเล เช่น อะไรดีน้า อะไรดีกว่าอะไร ? ทำดีกว่าหรือไม่ทำดีกว่า ? และ อีกหลายๆ ความคิดตีกัน.... บลาๆๆ ฯลฯ

❤ ทำให้สภาวะใจของชาวลักษณ์ 6
เกิดความมุ่งมั่น
รวมเป็นหนึ่ง
พลังของการเอาตัวรอดแสดงแสนยานุภาพออกมาได้เต็มที่

โดยไม่ถูก
"มวลความ doubt (ที่ขาดสติ)"
"ก้อนความคิด (ที่ขาดการเท่าทัน)"
"แรงลังเล (ที่ขาดความรู้ตัว)"
ทำลายสรรพกำลังไป

สรรพกำลังทั้งหมดจะพุ่งออกมาทางเดียว
เกิดสภาวะที่ทรงพลังที่สุดแล้ว

เพราะ
ปัญญา (head)
ความรู้สึก (่heart)
การลงแรง (hand)
เกิดการผนึกกำลังกัน
รวมตัวกัน
สามัคคีกัน
พร้อมสู้ตาย

ปกติมันจะตีกันเอง
เลยหมดแรงไป(เอง)ก่อน
คือ
head โดน ความ doubt ความลังเล ความคิดเยอะ ที่ขาดสติ เอาไปกิน
heart โดน ความกลัว ความกังวล ที่ขาดความเท่าทัน ครอบงำ
hand โดน ความ head กับ heart ที่ยุ่งเหยิง
จากการขาดความรู้สึกตัว ทำลาย
สุดท้ายกลายเป็นหมดแรง

แต่เมื่อสถานการณ์จวนตัว
หลังชนฝา
🙂 head ที่ต้องลุย กลายเป็น --> ปัญญา
(จากการทำจริง + จากความ sharp ที่่มีอยู่เป็นทุนเดิม)
🙂 heart ที่ no doubt กลายเป็น --> ความตั้งมั่น
(จากพลังศรัทธาในวิถีที่ต้องทำ เพราะไม่มีทางเลือกอื่นให้คลอนแคลน)
🙂 hand ที่ต้องลุยแล้ว
เป็นพลังให้กับ head และ heart (ดังกล่าวข้างต้น)
และ
ในมุมกลับ head และ heart ที่ no doubt
ทำให้ hand ลุยเต็ม ลุยสุด...
มัน คือ มวลพลังอันมหาศาล
ที่ปกติลักษณ์ 6 ไม่เคยเห็นในตัวเองมาก่อน

และ หลายครั้ง
มันเกิดการกระทำที่มหัศจรรย์
ชนิดที่คนอื่นฟังต้องทึ่ง
ชนิดที่ตนเองก็นึกไม่ถึง

😊 😊 😊

-----------------------------------------
#บทส่งท้าย
🙂 พอคนอื่นชื่นชม
ลักษณ์ 6 จะตอบว่า
"ไม่มีทางเลือก" 555
(เป็นทั้งเรื่องจริง + สไตล์ไม่ค่อยให้เครดิตตัวเอง 😊)

การไม่มีทางเลือก
อาจไม่ใช่ภาวะที่เลวร้ายเสมอไป

อย่างน้อยมันช่วยให้ใจสงบ
พักรบจากการตีกันเอง(ภายใน)

🙂 ภาวะปัญญา ภาวะใจตั้งมั่น ภาวะการลงมือทำ
อาจไม่จำเป็นต้องรอสถานการณ์หลังชนฝา

จิตที่มีสติ + จิตที่มีสมาธิ หล่อเลี้ยงเนืองๆ
จะช่วยให้เกิดภาวะนี้ได้
โดยไม่ต้องรอให้เกิดความคับขันบังคับ

❤ ❤ ❤
บทความโดย พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

- สามารถรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🙂
https://www.youtube.com/watch?v=UERTfOHyZ9o

#เอ็นเนียแกรม
#enneagram
#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข

เครดิตภาพ : Tumurin sticker Line 


บางที “ความสุข” คือ แค่ “ยอมรับ” ตัวเราอย่างที่เป็น โดย พญ.ทานตะวัน

 



ในมิติทางจิตใจ
ความสุข อาจไม่ใช่การโหยหาเพื่อเป็นบางสิ่ง
ความสุข อาจไม่ใช่การไขว่คว้าเพื่อให้ได้บางอย่าง
บางที "ความสุข" อาจเป็นสิ่งที่เรียบง่าย
ง่ายจน "ความคิด" นึกไม่ถึง
จึงบงการให้ใจไปไขว้คว้านู่นนี่
บงการให้ใจไปอยากเป็นนู่นนี่
แต่ยิ่งพยายามเป็นนู่นเป็นนี่
ยิ่งพยายามไขว่คว้านู่นนี่
หลายครั้งกลับยิ่งไม่พบความสุข
แต่ไปพบกับความทุกข์ใจแทน
ทุกข์จากความดิ้นรน
ทุกข์จากความเหนื่อยล้า
ทุกข์จากความกดดัน
ทุกข์จากความคาดหวัง
ทุกข์จากความปรารถนา
ทุกข์จากความอยากดี
ทุกข์จากความผิดหวัง
ทุกข์จากความรู้สึกผิด
ทุกข์จากความล้มเหลว
ทุกข์จากความรู้สึกด้อย
และ ในความจริง
บางที "ความสุข" เกิดขึ้น
เมื่อใจ "ยอมรับ" ตัวเราอย่างที่เป็น
ความสุข เกิดขึ้น เมื่อใจหยุดไขว่คว้า
หยุดกดดัน
หยุดคาดหวัง
แต่ยอมรับตัวเราอย่างที่เป็น
แม้ไม่สวย ไม่ดี เหมือนที่(คาด)หวัง
การ "ยอมรับอย่างที่เป็น"
กลับเป็นช่วงเวลาที่งดงามที่สุดของใจ
เป็นช่วงเวลาที่ใจเติบโตและเบิกบาน
เป็นช่วงเวลาของ spiritual growth 🙂
(ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่าในทางจิตวิญญาณ)
ปล. และ บางครั้ง ความสวย ความดี
ที่คาดหวัง ที่อยากได้ ที่อยากเป็น
กลับเป็นการตกร่องภาวะอัตตาเป็นพิษชนิดหนึ่ง 🙂
- สามารถรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🙂
บทความโดย พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล