#เจ็บแต่จบ
1. การเปิดใจ "รับรู้ความรู้สึก" ที่เกิดขึ้นแบบจริงๆ
การยิ่งไม่ยอมรับความรู้สึกที่เกิดขึ้น
ความรู้สึกที่คนมักรับได้ยาก จึงไม่ยอมรับ
คือ ความรู้สึกเชิงลบ
เช่น
ความอับอาย ความเสียหน้า
ความผิดหวัง ความอ่อนแอ
(บางคนคาดหวังในตนเองแข็งแกร่งตลอด)
ความรู้สึกไร้ค่า ความรู้สึกเสีย self ความรู้สึกเศร้า
(บางคนคาดหวังให้ตนเองเป็นคนร่าเริงตลอด)
หรือ
ความรู้สึกด้านอ่อนไหว
เช่น ความรู้สึกรัก ชอบ คิดถึง
(กับคนที่เราไม่อยากจะรู้สึกแบบนี้) เป็นต้น
ใจจึงเกิดการใช้กลไกทางจิตใจ
เช่น การปฏิเสธการรับรู้ (denial)
หรือ การหลบเลี่ยงไป (avoidance)
หรือ การพยายามหาเหตุผลมาอธิบายให้ดูมีหลักการ (intellectualization)
เพื่อไม่ต้องไปรับรู้ความรู้สึก ใช้ความคิดมาอธิบายเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึก
หรือ
การพยายามหาเหตุผลมาอธิบาย เพื่อให้ตนเองสบายใจ หรือดูดีในสายตาผู้คน (rationalization)
หรือ
ทำเป็นตรงข้าม
จริงๆ คือ รู้สึกชอบมาก แต่ทำเป็นเกลียดมาก (reaction formation) เพราะยอมรับความรู้สึกชอบ... ไม่ได้
เป็นต้น
การที่ใจไม่รับรู้ความรู้สึกที่เกิดขึ้นแบบจริงๆ
กลับทำให้ความรู้สึก
"มันค้างอยู่ในใจ"
ใจกลับไม่จบ
มูฟออนไม่ได้
2. การเผชิญ (exposure)
การรู้ความจริงไปเลย
แม้ว่าเป็นข่าวร้าย
ที่ผิดหวัง ที่เจ็บปวด ที่ทรมาน ฯลฯ
แต่ใจย่อมสงบกว่า การลุ้น การรอคอยผล หรือ การคอยหลอกตนเองว่ามันโอเค (ทั้งที่จริงๆ เหตุการณ์ เป็นอีกด้าน)
เช่น การทราบว่าตนเองสอบตก
ย่อมทรมานปั่นป่วน กว่าตอนลุ้นผลสอบ
เพราะ แม้จะเป็นข่าวร้าย แต่การทราบที่ชัดเจน
จะช่วยให้ใจไม่ต้องปั่นป่วนจากการลุ้น
จะวางใจไปทางไหนก็ลำบาก
ใจดีใจก็ยังไม่ได้
ใจเสียก็ยังไม่ได้ เช่นกัน
และ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรด้วย
ใจจึงปั่นป่วนมาก
และ ไม่มีสามารถมีทำอะไรได้ด้วย ได้แต่รอคอยผล
ยิ่งทำให้ปั่นป่วนงุ่นง่าน ทางความรู้สึก และ การใช้ชีวิต
แต่การทราบผล
แม้เป็นผลที่ผิดหวัง ทำให้เจ็บ...
แต่มันคือความเป็นจริงที่เกิดขึ้น
ใจได้ความชัดเจน
เมื่อใจได้ความชัดเจน
ใจจะพบกับความสงบกว่า
ใจจะได้ทางที่ควรโฟกัส ในทิศทางชีวิตที่เกิดขึ้น
ไม่สะเปะสะปะ เหมือนตอนลุ้นผล
3. ลดการค้างคาใจ
ความจริงหลายครั้งเป็นเรื่องโหดร้าย
แต่การไม่ยอมรับมัน กลับโหดร้ายกว่า
ทำให้เราเกิดความค้างคาใจ
และ เกิดความเสียดาย
เกิดภาวะ "รู้งี้ เราน่าจะ...." "ตอนนั้น เราน่าจะอย่างนี้...ดีกว่าไหม "
เกิดความเสียดาย
เกิดคำถามสงสัยไปเรื่อยๆ
แม้เหตุการณ์จบไปนานแล้ว
แต่คำถาม
รู้งี้
หรือ วันนั้น เราจะอย่างนี้...
มันกลับไม่จบไปจากใจสักที
บางคน วนอยู่เป็นปี
บางคนอยู่ หลายปี
บางคนวนไปตลอดชีวิต
การลดความค้างใจ
ทำอะไร ทำให้สุด
ทำไปจนสุดทาง
แม้สุดท้าย....จะเจ็บ
แต่ใจ....มันจะจบ
ไม่มีอะไรที่ค้างคา
ไม่มีอะไรให้เสียดาย
เสียอะไร ไม่คาใจ เท่าเสียดาย....
ความเจ็บปวด
ไม่มีใครอยากเจอ
แต่บางครั้งการหนีความเจ็บปวด
กลับทำให้ความเจ็บปวดนั้นอยู่กับเรานานมากขึ้น
เพราะ ใจมันไม่จบสักที
เมื่อไหร่ที่เรายอมรับ "ความไม่โอเค"
"ความโอเค" จะเกิดขึ้น
จะเกิดสันติสุขในใจเรา
ถึงแม้เจ็บ
แต่มันก็จะจบลงอย่างแท้จริง
ถ้าเปรียบเป็นแผล
ก็เป็นแผลที่ได้รับการสมานแผลอย่างถูกวิธี
เปิดแผลขึ้นมาล้าง อย่างเหมาะสม
แม้จะเจ็บตอนล้างแผล
แต่แผลจะหายเร็ว หายไวกว่า
และ หายจริง
ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นแผลหนองอยู่ข้างใน
แล้วเอาแป้งโปะปิดบังแผลไว้ข้างนอก
เข้าทำนอง หน้าชื่น อกตรม
บทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล
#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข
-------------------------
- สามารถรับฟังเสียงบรรยาย "เจ็บแต่จบ" ได้ทาง
https://www.youtube.com/watch?v=xhYRHEmfXYM&t=0s