วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

อยู่กับคนที่มีบุคลิกภาพหลงตัวเอง อยู่อย่างไร "ให้ใจไม่พัง" โดย พญ.ทานตะวัน

 


Q; เมื่อ (จำเป็น) ต้องอยู่กับคนที่มีบุคลิกภาพหลงตัวเอง
ควรจะอยู่อย่างไร ?
ให้ใจบอบช้ำน้อยที่สุด

---------------------------

A: วิถีการอยู่อย่าง healthy
เมื่อต้องอยู่กับคนที่มีบุคลิกภาพหลงตัวเอง
"อยู่อย่างไร ให้ใจไม่พัง"

ด้วย 6 แนวทางดีต่อใจ

หลักการสำคัญคือ
1. ดูแลสุขภาพใจตนเอง
2. สื่อสารอย่างเหมาะสม
3. ไม่พยายามเปลี่ยนอีกฝ่าย
(เพราะเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ด้วยตัวเรา
และ จะเพิ่มความทุกข์ฟรี โดยใช่เหตุ)

6 แนวทางดีต่อใจ
เมื่อต้องอยู่กับคนที่มีบุคลิกภาพหลงตัวเอง
ดังนี้

-------------------------------

🙂 1). ยอมรับ "ความเป็นจริง" ว่า "เขาเป็นแบบไหน"
และ ลด/ละ/เลิก การความคาดหวังว่า
"เขาควรเป็นแบบไหน"
จะช่วยลดภาวะทุกข์ฟรีได้มาก
และ
ช่วยให้กับมาอยู่กับความเป็นจริง
ไม่ใช่ที่เราอยากให้เป็น

การอยู่กับความเป็นจริง
จะช่วยให้รับมือกับสถานการณ์ต่างๆได้ดีขึ้น

การฝึก
- ด้วยการฝึกรู้ตัว
เมื่อใจเราเผลอ "คาดหวัง" เขา
เช่น
คาดหวังว่าเขาจะเข้าใจเรา
คาดหว้งว่าเขาจะเข้าใจความรู้สึกเรา
คาดหวังว่าเขาจะใส่ใจความรู้สึกเรา
คาดหวังว่าเขาจะเข้าใจในมุมเรา
คาดหวังว่าจะเห็นใจเรา
คาดหวังว่าเขาจะเปลี่ยนแปลง ในแบบที่เราอยากให้เป็น

ฯลฯ

การคาดหวัง เป็นธรรมชาติของใจ
(เพราะ
มนุษย์มีความหวังดีกับตัวเอง
อยากให้ตัวเองได้สิ่งที่ดี
เพื่อ การอยู่รอด อยู่ร่วม อยู่รุ่ง

แต่หลายครั้ง
เป็นความหวังดี
ที่ไม่ทันได้เข้าใจความเป็นจริง
จีงคาดหวัง สิ่งที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง)

การรู้ตัวว่า "กำลังคาดหวัง"
จะช่วยให้ใจคลายความคาดหวัง
(ไม่ตรงกับความเป็นจริง) ลงได้

การรู้ตัว
ว่าใจ "กำลังคาดหวัง"
จึงเป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝน

ยิ่งฝึกรู้ตัวบ่อย
จะช่วยให้ใจค่อยๆ
ลด ละ และ เลิก
"ความคาดหวัง" ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงลงได้

ใจที่คาดหวังน้อยลง
จะเป็นใจที่เข้าใจความเป็นจริงมากขึ้น

ใจที่เข้าใจความเป็นจริงมากขึ้น
เป็นใจที่ฉลาดขึ้น (wisdom ปํญญาภายใน)

ใจจะทุกข์น้อยลง
ไม่ใช่เพราะเขาดีขึ้น

แต่เพราะใจเจ็บปวดน้อยลง
จากการผิดหวังน้อยลง

เพราะ
ใจเกิดการเห็นความจริง
เพราะ
ใจเกิดการยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นตามจริง

ใจจะเปลี่ยนโฟกัส
จากใจที่วุ่นวาย
เพราะไปคาดหวัง หรือ พยายามเปลี่ยนเขา

เป็นใจที่โฟกัส
ในสิ่งที่เราทำได้
เพื่อดูแลตัวเราอย่าง healthy และ ดีที่สุด
ตามความเป็นจริง

---------------------------------

🙂 2). ตั้งขอบเขตอย่างเหมาะสม
เพื่อการดูแลตัวเองอย่าง healthy
(Setting Healthy Boundaries)

การฝึก
- กล้าปฏิเสธ เมื่อสิ่งที่เขาขอมา และ เราไม่พร้อมให้ หรือ กำลังเบียดเบียนเราอยู่
- ไม่อนุญาตให้เขาดูถูก เหยียดหยาม หรือ มาควบคุมบงการเรา
- แยกแยะให้ดีว่า เรื่องไหนเป็นความรับผิดชอบของเรา และ เรื่องไหนไม่ใช่ความรับผิดชอบของเรา
เพราะ ถ้าแยกแยะ ไม่ดี
อาจเป็นช่องโหว่ในการถูกเอาเปรียบได้

ความใจดีมีเมตตาที่ healthy
ไม่ใช่ การยอมให้คนมาเอาเปรียบเรา หรือ ทำร้ายเรา

---------------------------------

🙂 3). สื่อสารอย่างเหมาะสม และ มีประสิทธิภาพ

- สื่อสารด้วยการนำเสนอข้อเท็จจริง

- ฝึกแชร์มุมอง ความรู้สึก ความต้องการของเราโดยใช้เทคนิค I-Message
(ฉันรู้สึกว่า... ฉันต้องการ.... ฉันเห็นว่า.....)
จะช่วยให้เราผู้พูดได้เข้าใจ
ความรู้สึก ความต้องการของตนเอง
และ เป็นการสื่อสารที่ไม่ได้ตำหนิใคร

แต่เป็นการสื่อสาร
เพื่อแชร์ในส่วนมุมมองความเห็น
ความรู้สึกที่เกิดขึ้น และ เราต้องการอะไร....

จะช่วยให้เราผู้พูดเข้าใจตัวเอง
และ
เพิ่มโอกาสให้ผู้ฟังเขาใจมุมเรามากขึัน

(ส่วนเขาจะเข้าใจได้แค่ไหน
จะขึ้นกับปัจจัยตัวเขาด้วย

แต่ในแง่การสื่อสาร
เราได้ทำดีที่สุดแล้ว)

- เข้าใจจุดประสงค์ของการสื่อสารที่ดี
คือ สื่อสารเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างชัดเจน
ในมุมที่เราต้องการสื่อสาร
และ ลดการตีความไปเอง

- การสื่อสารที่ดี ไม่ใช่การเถียง
หรือ การพูดเพื่อเอาชนะกัน

- ถ้าอีกฝ่ายใช้อารมณ์รุนแรง ตอบโต้
อาจแจ้งว่า ขอเวลานอกสักครู่
และ นำตัวเองออกจากสถานการณ์นั้นก่อน

เพื่อไม่ให้เราตกเข้าไปอยู่ใน
"เกมแห่งการทะเลาะกัน เพื่อหาคนผิด"

หลักการ
สื่อสารด้วยความเมตตาต่อตนเอง และ ผู้ฟัง
ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ชัดเจน
และ
ด้วยใจที่มั่นคง ที่จะเมตตาตัวเอง

--------------------------------------

🙂 4). อย่าเอาคุณค่าของตัวเราไปผูกกับการยอมรับจากเขา

- คนที่มีลักษณะหลงตัวเอง
เขามักจะชื่นชมเราอย่างสุดโต่ง
เมื่อเขาพอใจเรา

และ
มักจะด้อยค่าเราอย่างสุดขั้ว
เมื่อเราไม่เป็นที่ถูกใจเขา

ฉะนั้นตรงนี้จะทำให้คนหวั่นไหวมาก
เมื่อได้คำชม จะใจฟูสุด อะไรสุด
และ
เมื่อได้รับการตำหนิ
จะห่อเหี่ยวสุด อะไรสุด
เช่นกัน

จึงต้องตั้งหลักดีๆ
คุณค่าของเรา
ไม่ได้ขึ้นกับเขาเลย

ฝึกฟังหูไว้หู
ทั้งคำชื่นชม และ คำที่เขาด้อยค่าเรา

โปรดใช้ "วิจารณญาณในการฟัง"
เพื่อการกลับมารู้จัก "คุณค่าตัวเราเองตามจริง"

ไม่ใช่แกว่งไป แกว่งมา
ตามที่เขาชม หรือ เขาตำหนิ

การฝึก
ฝึกเห็นคุณค่าตัวเรา ด้วยตัวเรา
จากการฝึกมองตัวเอง
ด้วยตัวเอง
จากการฝึกเห็น
จุดแข็ง จุดอ่อนในตัวเอง ด้วยตัวเราเอง
ในทุกวัน

เมื่อเรารู้จักจุดแข็ง จุดอ่อนในตัวเรา
ตามที่เป็น

คุณค่าในความเป็นเรา
จะไม่ถูกคนอื่นปั่นไปปั่นมา

จะไม่ถูกคนอื่น
นำไปใช้เป็นเครื่องมือ
มาบงการเราได้

เมื่อนั้น
ใจเราจะบอกว่า
"เราจะไม่ยอมเป็นเหยื่อของใครอีกต่อไป"

--------------------------------------------
🙂 5). ดูแลสุขภาพกาย และ สุขภาพใจอย่างสม่ำเสมอ

- มีเวลาดูแลตัวเอง
ทั้งดูแลร่างกาย และ ดูแลจิตใจ อย่างสม่ำเสมอ

- ทำกิจกรรมที่ดีต่อใจ
เช่น กิจกรรมที่เติมพลังใจ กิจกรรมที่เราชอบ

คนที่เกิดมาเพื่อดูแลเรา
คือ ตัวเราเอง

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
อย่าลืมดูแลตัวเอง
อย่าทอดทิ้งตัวเอง

เพราะ สุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดี
คือ พื้นฐานที่สำคัญ
ในการช่วยให้เรารับมือ
กับสถานการณ์ที่หนักหน่วงได้อย่างดีที่สุด

-------------------------------------------------

🙂 6). หากความสัมพันธ์ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างมาก
แนะนำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตใจ
เช่น จิตแพทย์ หรือ นักจิตวิทยา

การรู้จักดูแลตัวเอง เป็นเรื่องที่ดีงาม
ไม่ใช่ความอ่อนแอใดๆ
--------------------------------------------------
❤ เราไม่สามารถเปลี่ยนคนอื่นได้
แต่เราสามารถเลือกแนวทางการใช้ชีวิต
ให้เหมาะสม และ healthy มากขึ้นได้ ❤

บทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข

------------------------
🎧ท่านใดสนใจรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้
สามารถรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🎧
https://www.youtube.com/watch?v=IR4wDnuqExI