วันพฤหัสบดีที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566

Enneagram: รู้จักสามเหลี่ยมปรับตัวในศาสตร์นพลักษณ์ และ แนวทางการเติบโตของชาวสามเหลี่ยมนี้ โดย พญ.ทานตะวัน

 

 

#เรื่องของชาวสามเหลี่ยมปรับตัว

ในศาสตร์นพลักษณ์ได้แบ่ง 9 ลักษณ์ออกเป็น 3 กลุ่ม
ในบทความนี้จะกล่าวถึงกลุ่มแรก

กลุ่มที่ 1 สามเหลี่ยมปรับตัว (adaptation)
คือ สามเหลี่ยมใส่ใจการปรับตัวกับบริบทค่ะ

กลุ่มนี้ ประกอบไปด้วย ลักษณ์ 3 ลักษณ์ 6 และ ลักษณ์ 9
ความใส่ใจอยู่กับการปรับตัวกับบริบท

โดย
🙂 ลักษณ์ 3 ปรับตัวแบบศูนย์ใจ
ให้เข้ากับสังคม ด้วยการได้ใจคนในสังคม
โดยการกระทำให้เป็นที่ยอมรับของคนสังคม

🙂 ลักษณ์ 6 ปรับตัวแบบศูนย์หัว
โดยการใช้ความคิด คาดการณ์สิ่งต่างๆ
เพื่อให้อยู่ในสังคมได้อย่างปลอดภัย
โดยใช้ความคิด คาดการณ์ล่วงหน้า
เพื่อเตรียมตัว เตรียมพร้อม ในการระวังเภทภัย
เพื่ออุดรอยรั่ว
เพื่อป้องกันอันตรายต่างๆ ที่จะเกิด

🙂 ลักษณ์ 9 ปรับตัวให้เข้ากับสังคมแบบศูนย์ท้อง
คือ ปรับตัวทางการกระทำ
คือ ปรับตัวให้เข้ากับคนอื่น กลมกลืน ไม่ขัดแย้ง
จะได้อยู่ร่วมกันกับคนอื่นในสังคมในบริบทได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องมีปัญหากัน
หรือ บางครั้งปรับตัวโดยการหลีกเลี่ยง (avoid) หลบ/หนีปัญหา
เพื่อไม่ให้กระทบกระทั่งกับใคร

😊 ถึงจุดหนึ่ง 3 ลักษณ์นี้
อาจหาตัวเองไม่เจอ หมายถึงความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง ความเป็นตัวเองที่แท้
เพราะไปพะวงกับบริบทมากไป
ซึ่งหลายครั้งชีวิตอาจสับสน หรือ รู้สึกเหนื่อยกับจุดนี้ได้
ทั้ง 3 ลักษณ์นี้ เสียงภายนอก มักดังกว่าเสียงภายในของตนเองเสมอ

***สิ่งสำคัญสำหรับคนในสามเหลี่ยมนี้***
คือ

❤ สามเหลี่ยมนี้ เป็นสามเหลี่ยมที่หา "ตนเอง"ไม่ค่อยเจอ
เพราะ เสียงภายนอกมีอิทธิพลกับใจมาก
จึงต้องกลับมาหา "ตนเอง" ให้เจอก่อน
ไม่อย่างนั้นจะมึนกับการความคาดหวังและแรงกดดันจากบริบทมากค่ะ 🙂

❤ การหมั่นฟังเสียงภายในของตนเองว่า
ตนเองต้องการอะไร
อยากทำอะไร
ทำไปเพื่ออะไร
และ
อยากเห็นตนเองเป็นอย่างไร
รวมถึง
การหมั่นกลับมาทบทวน
คุณค่าที่แท้จริง
ที่มีอยู่แล้ว
และ ที่ปรารถนาจะมีคืออะไร

คือ กระบวนการขั้นต้นที่สำคัญในกลับมาทำความรู้จักกับตนเอง

❤ การหมั่นรับรู้ "ความรู้สึก" ที่เกิดขึ้น
การหมั่นรับรู้ว่า "ใจกำลังรู้สึก" อะไร
คือ การ "หาหัวใจตนเองเจอ" ในแต่ละขณะ

เพราะ ความรู้สึก
คือ ข้อความของหัวใจ

การหมั่นฟังว่า ขณะนี้หัวใจ
กำลังรู้สึกอะไร
คือ
การฟังว่าหัวใจกำลังเป็นอย่างไร
และ กำลังบอกอะไรเรา

เป็นการกลับมาใส่ใจสารทุกข์สุขดิบที่เกิดขึ้นในใจเรา
เป็นช่วงเวลาที่ดีต่อใจ
เป็นความห่วงใย และ เอื้ออาทร
และ ช่วยให้ชาวสามเหลี่ยมปรับตัวรู้จักตนเองมากขึ้นมากๆ

เพราะ ความคิดอาจหลอกเรา
แต่ความรู้สึกไม่เคยหลอกใคร (ของจริงมากๆ)

❤ การหมั่นฟังเสียงตนเองบ่อยๆ
เสียงภายในตนเองจะเริ่มดังขึ้นๆ
และ จะมีพลังกว่าเสียงจากภายนอกได้ในวันหนึ่ง

และ เป็นพลังที่แท้จริง
ที่มั่นคงกว่าการได้รับการยอมรับจากคนข้างนอกค่ะ

❤ สามเหลี่ยมนี้
หลายครั้้งเข้าใจว่าตนเองปล่อยวางได้
เพราะไม่ได้ยึดตนเอง
(แต่จริงๆ คือ ยึด ยึดที่จะไม่ยึดตนเอง
เป็นความยึดที่ใหญ่มากอันหนึ่่ง)

การจะปล่อยวางได้อย่างแท้จริง
ต้องหา "ตนเอง" ให้เจอก่อน
หาความหวัง ความปรารถนาที่แท้จริงให้เจอ

จึงจะปล่อยวาง "ตนเอง" ตัวจริงลงได้ค่ะ 🙂

เชิญชวนเพื่อนๆใน FB แลกเปลี่ยนประเด็นเหล่านี้กันได้นะคะ

ขอบคุณค่ะ

บทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

- สามารถรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🙂
https://youtu.be/91szagjHirE

#enneagram
#นพลักษณ์
#ไม่มีลักษณ์ไหนดีกว่าลักษณ์ไหน
#ทุกลักษณ์ดีหมดเมื่อเติบโต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข
----------------------------- 

--------------------------------------------- เครดิตภาพ : เอ็นเนียแกรมจากลิงค์นี้ค่ะ
https://medium.com/@jenn_whitmer/managing-expectations-finding-your-enneagram-number-54f3e4f1178e

วันอังคารที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2566

เมื่อคนใกล้ตัวมีความเครียด เราควรดูแลเขาอย่างไร? พบ 5 ขั้นตอนสำคัญในการดูแลคนใกล้ตัว โดย พญ.ทานตะวัน

 

 
"เมื่อคนใกล้ตัวมีความเครียด เราควรดูแลเขาอย่างไร ?"

แนวทางดังนี้ค่ะ 🙂

:) 1. รับฟังปัญหาที่เกิดกับเขาอย่างใส่ใจ

ในขั้นนี้ พบว่า ช่วยให้คนทุกข์ใจน้อยลงไปมากทีเดียวค่ะ
(หลายคนบอกว่าความทุกข์ลดลงไปเกิน 50%)
เพราะ บางทีเวลาเราทุกข์
เราแค่ต้องการใครสักคนที่ใส่ใจ รับฟังเรา อยู่เคียงข้างเรา เท่านั้นค่ะ
ส่วนแนวทางแก้ปัญหา จะค่อยๆคิดเองได้ เมื่อใจพร้อมค่ะ
ดังนั้น ขั้นตอนที่ 1 นี้จึงสำคัญมากๆ ในการเยียวยาแผลใจค่ะ

:) 2. เปิดใจที่จะเข้าใจเขา

แม้ว่าแนวคิดของเขาเราอาจไม่เห็นด้วย
การเปิดใจ วางการตัดสิน วางอคติลง
เป็นสิ่งสำคัญ
แล้วเราจะเข้าใจเขาและปัญหาที่เกิดกับเขามากขึ้น
ขั้นตอนความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญมาก
เราไม่สามารถดูแลใครได้ดีเลย
ถ้าปราศจากความเข้าใจ

:) 3. ให้คำแนะนำที่เหมาะสม

คำแนะนำที่เหมาะสมคืออะไร?
คำแนะนำที่เหมาะสม
คือ คำแนะนำที่มาจากความเข้าใจในตัวเขาและปัญหาที่เกิดขึ้น

ดังนั้น
ไม่ควรรีบแนะนำ...
ถ้ายังไม่เข้าใจในตัวเขาและปัญหา
เพราะ
จะยิ่งทำให้รู้สึกแย่
มากกว่าจะรู้สึกดี

:) 4. ให้กำลังใจ
โดยการชี้ให้เขาเห็นศักยภาพในตัวเขา
เพื่อให้เขาเกิดความเชื่อมั่นตนเองมากขึ้น
ว่าเขามีดีพอที่จะสามารถเผชิญต่อปัญหานั้นได้

ข้อควรระวัง
ถ้าเขายังไม่สามารถเห็นข้อดีในตัวเขา อย่าไปกดดันว่าเขาต้องเห็นในตอนนี้
ควรใจเย็น และ ให้เวลาเขา

:) 5. แนะนำพบผู้เชี่ยวชาญ
ถ้าความรู้สึกเครียดนี้มีมากจนรับมือไม่ไหว
แนะนำการพบผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจ
เช่น จิตแพทย์ หรือ นักจิตวิทยา
เป็นทางออกหนึ่งที่ช่วยได้นะคะ

ขออนุญาตแปะลิงค์รวม
รวมรายชื่อ โรงพยาบาล และ คลินิกที่มีจิตแพทย์ทั่วประเทศค่ะ

https://web.facebook.com/ThaiPsychiatricAssociation/photos/a.499791366791551/2011213002316039/?type=3&_rdc=1&_rdr
----------------------------------------------------------------------------------------
บทส่งท้าย
#ความเข้าใจธรรมชาติของปัญหาในโลกนี้

1. ในโลกนี้มีปัญหาอยู่ 2 แบบ
แบบที่แก้ไขด้วยตนเราได้ กับ แบบที่แก้ไขด้วยตัวเราไม่ได้

- แบบที่แก้ไขได้
คิดหาวิธีแก้ปัญหา และ ทำให้เต็มที่ ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

- ส่วนที่แก้ไขไม่ได้ เพราะอยู่นอกเหนืออำนาจการจัดการหรือการควบคุมแล้ว
แนะนำว่า
ฝึกที่จะปล่อยวาง ยอมรับมันอย่างที่เป็นแล้วค่ะ
เพราะ คิดไป เครียดไป ก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ่น
มีแต่ทำให้ทุกข์ไปเปล่าๆ โดยใช่เหตุค่ะ

ตัวอย่าง

เช่น กลัวการสอบ กลัวคะแนนไม่ดี
หน้าที่ก็คืออ่านหนังสือ
และ เมื่อทำเต็มที่ ต้องฝึกปล่อยวาง
เพราะคิดมากไปก็ช่วยอะไรให้ดีขึ้นไม่ได้แล้วค่ะ

หรือ กลัวคนไม่รัก
สิ่งที่ทำได้ คือ ดูแลความสัมพันธ์ให้ดี ด้วยความรัก และ ความเข้าใจ
แต่เมื่อทำเต็มที่ ดีทีสุดแล้ว ไม่ได้เพิกเฉยเกินไป และ ไม่ได้ดูแลมากเกินไป
อีกฝ่ายยังไม่รัก
สิ่งที่ทำได้ และ ควรทำคือ
ต้องฝึกที่จะปล่อยวาง ทำใจยอมรับมันอย่างที่เป็น
ไม่มีใครบังคับใครให้มารัก มาชอบได้
เป็นต้น

2. เมื่อฝึกปล่อยวาง ฝึกยอมรับ และ ฝึกเข้าใจธรรมชาติ ของปัญหา
จิตใจจะสงบขึ้น เพราะ ดิ้นรนน้อยลง ใจจะมีความสุขมากขึ้นค่ะ

แต่ถ้าความรู้สึกเครียดนี้มีมากจนรับมือไม่ไหว
แนะนำการพบผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจ
เช่น จิตแพทย์ หรือ นักจิตวิทยา
เป็นทางออกหนึ่งที่ช่วยได้นะคะ

- สามารถรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ :)
https://www.youtube.com/watch?v=3OOnbOynpJE

บทความโดย ผศ.พญ. ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข

-----------------------------


วันจันทร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2566

"เราและเวลาในตอนนี้ เป็นสิ่งที่มีค่าเสมอ" โดย พญ.ทานตะวัน

 

 
"เรา และ เวลาในตอนนี้เป็นสิ่งมีค่า(เสมอ)"

ในหลายครั้ง เราอาจผิดหวังกับชีวิตที่เกิดขึ้น
ในหลายครั้ง เราอาจไม่รู้ว่าเราจะทำสิ่งดีๆ ไปเพื่ออะไร
ในหลายครั้ง เราอาจถูกโอบล้อมไปด้วยคนที่ไม่เห็นคุณค่าในเรา
ในหลายครั้ง เราอาจไม่เห็นหนทางข้างหน้า ว่าจะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับเราได้จริงหรือไม่
ในหลายครั้ง เราจึงรู้สึกท้อแท้ ไม่มีเรี่ยวแรง ไม่มีกำลังใจ ไม่อยากลุกขึ้นมาทำอะไรดีๆกับตนเอง

แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
"ตัวเรา และ เวลาที่เรามีตอนนี้"
คือ สิ่งที่มีค่าที่สุด และ มีค่าเสมอตลอดเวลา
ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม
ไม่ว่าฟ้าจะเป็นใจ หรือไม่เป็นใจ
ไม่ว่าคนจะรักเรา หรือ ไม่รักเรา
ไม่ว่าคนจะเห็นค่าเรา หรือ ไม่เห็นค่าเรา
ไม่ว่าชีวิตจะสำเร็จ หรือ ล้มเหลว

ระลึกเสมอว่า
เรา และ เวลา
ยังคงมีค่าเสมอ

ตระหนักถึงคุณค่าในตนเอง และ เวลาที่มี
ทำสิ่งดีๆ ให้กับชีวิตจิตใจ ตนเอง

อนาคตเป็นอย่างไรไม่รู้ ดี หรือ ไม่ ไม่มีใครบอกได้
แต่สิ่งที่บอกได้แน่ๆ คือ
เรา และ เวลาตอนนี้ เป็นสิ่งที่มีค่ามากๆ
เราสามารถดูแลตนเองได้
เราสามารถลงมือทำสิ่งที่มีประโยชน์ได้
เราสามารถสร้างสิ่งดีๆ กับชีวิตเราได้
ตามกำลังที่เราพอทำได้ในขณะนี้

ในหลายครั้ง พอเจอสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจ
เรารู้สึกย่ำแย่ไปหมด
รู้สึกย่ำแย่กับเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่พอ
ยังรู้สึกย่ำแย่กับตนเองไปด้วย
จนไม่ดูแลตนเอง
จนปล่อยละเลยตนเอง
จนปล่อยให้ชีวิตตนเองพังไปวันๆ
จนผลาญเวลาไปเปล่าประโยชน์
และ ชีวิตก็ยิ่งดำดิ่งเลวร้ายมากขึ้น
เนื่องเพราะ ไม่ทันได้เห็นคุณค่า
ใน "เรา และ เวลาที่เรามีตอนนี้"
ว่าเป็นสิ่งที่มีค่ามากๆ แค่ไหน

แม้เราจะสูญเสียอะไรไปหลายอย่างๆ
จนจิตตกเศร้าสร้อย
จนความหวังสูญสิ้น
แต่ "เรายังมีเรา" และ "เรายังมีเวลา"
(ที่ขณะที่หลายคนบนโลกนี้กำลังจะไม่มีแล้ว)

ตราบใดที่เรายังมีเรา และ เรายังมีเวลา
เราก็จะยังมีโอกาสเสมอ
และ
โอกาสที่จะมีเป็นแบบไหน
ปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่ง
ขึ้นกับการกระทำของเรา (my action)ในตอนนี้ค่ะ

เมื่อวันที่เจอพายุฝนกระหน่ำเข้ามาในชีวิต จนเปียกปอน
ระลึกไว้เสมอว่า
เรา และ เวลาในตอนนี้
เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด
และ เริ่มลงมือทำสิ่งดีๆ ให้ตนเองได้เลยค่ะ 🙂

บทความโดย พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

- สามารถรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🙂
https://youtu.be/1m3a5jVwfFI

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข


วันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2566

"เป็นคนคิดมาก เครียดง่าย ทำอย่างไรดี?" โดย พญ. ทานตะวัน

 

 

คำถาม
เป็นคนคิดมาก เครียดง่าย ทำอย่างไรดี ?

คำตอบ
การจัดการความคิด ความเครียด
ในคนที่คิดมากๆ
ดังนี้
:) 1. เทคนิคลดขยะใจ
เพื่อลดการวนกับปัญหาที่เราควบคุมไม่ได้
จะลดภาวะทุกข์ฟรี
และ ลดการมูฟออนเป็นวงกลม
(มูฟแบบวนๆ อยู่ที่เดิม ^^")

และ
เพิ่มการไปโฟกัสกับปัญหาที่เราจัดการได้เองให้มากขึ้น
ชีวิตจะไปข้างหน้า (move on) อย่างแท้จริง เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
เทคนิคลดขยะใจรายละเอียดดังนี้ค่ะ
https://web.facebook.com/Dr.Tantawan/photos/a.103915954430308/289187572569811/

:) 2. การกลับมารับรู้อารมณ์ความรู้สีก
การหาความรู้สึกเจอ
คือ การหาหัวใจตนเองใจ
เมื่อเราหาหัวใจตนเองเจอ เราจะรู้สึกสงบ และ มั่นคงขึ้น
ความคิดมักหลอกเรา แต่ความรู้สึกไม่เคยหลอกใคร
เพราะ ความคิดมีการปรุงแต่งต่อเติมไปไม่สิ้นสุด
แต่ความรู้สึกเป็นอาการของใจที่แสดงออกมาตรงๆ

:) 3. การกลับมารับรู้ความต้องการของใจตนเอง
เราต้องการอะไร
เราไม่ต้องการอะไร
เราทำสิ่งนี้... เราทำไปเพื่ออะไร
การหาความต้องการของตนเองเจอ
เราได้รู้จักความปรารถนาที่แท้จริง
ไม่ต้องคอยวิ่งทำตามความปรารถนาของคนอื่น
ซึ่งเหนื่อยฟรี
และ ยิ่งทำ ใจก็ยิ่งรู้สึกกลวงขึ้นเรื่อยๆ
และ เต็มไปด้วยความน้อยใจ เหนื่อยใจ โกรธ เสียใจ ฯลฯ

<3 การรู้ใจตนเอง
คือ ต้นทางของการตั้งหลักของใจที่สำคัญ

รายละเอียดแนวทางการรู้ใจตนเอง เพื่อให้ใจมีคุณภาพที่ดีขึ้น
อ่านได้จากบทความนี้ค่ะ
https://web.facebook.com/Dr.Tantawan/photos/a.103915954430308/267299714758597/

- รับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ :)
https://www.youtube.com/watch?v=sMCzkqkmaOw

บทความโดย ผศ.พญ. ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข