"ยอมรับว่าเรามีข้อบกพร่อง"ประโยคสั้นๆแต่มีความหมายลึกซึ้งข้อบกพร่องเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยอมรับได้ยากยากจนเกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจากความกังวลว่าเรามีข้อบกพร่องจากการรับไม่ได้ว่าเรามีข้อบกพร่องเช่น1. บางคนพอเห็นว่าตนเองมีข้อบกพร่อง ก็รู้สึกผิด รู้สึกแย่กับตนเองมากๆรับตนเองไม่ได้ ที่เรามีข้อบกพร่องเราผิดพลาด เราไม่สมบูรณ์แบบ เรามีที่ติ เราเหมือนมีตำหนิแล้วจึงจมกับความรู้สึกผิด วนไปวนมา กลายเป็นจิตตกและเศร้าหมอง2. บางคนกลายเป็นโทษคนอื่นไม่อยากเห็นข้อบกพร่องตนเอง รวมถึงไม่อยากให้คนอื่นเห็นว่าเราบกพร่อง เลยโทษคนอื่นซะปัดความผิด ความบกพร่องให้ไปตกที่คนอื่นพยายามปัดไปให้พ้นตนเอง3. บางคนกลายเป็นชอบไปด้อยค่าคนอื่น หรือ ข่มคุณค่าคนอื่นลงมักมองเห็นข้อบกพร่องคนอื่น คอยเห็นเขามีตำหนิทำตำหนิคนอื่นให้เป็นเรื่องใหญ่และ ชอบชูว่าตน ดีกว่าเขา เหนือเขา (อาจโดยทางตรง หรือ แบบทางอ้อม)เพื่อหลบเลี่ยง หรือ กลบเกลื่อนข้อบกพร่องในตนเองที่เราไม่อยากเห็นมัน4. บางคนก็อยู่อย่างรู้สึกด้อยคุณค่า ไปจนถึงไร้ค่าเพราะ รับข้อบกพร่องไม่ได้การมีข้อบกพร่อง ทำให้รู้สึกเสียเซลฟ์ รู้สึกไร้ค่า5. บางคนมีพฤติกรรมเกเร หรือ สำมะเลเทเมาไป หรือ ไม่ดูแลตนเอง ใช้ชีวิตให้ผ่านไปวันๆแบบพังๆเพราะ รังเกียจตนเอง เกลียดตนเอง เคืองตนเอง ที่มีข้อบกพร่องเลยทำร้ายตนเอง ผ่านการใช้ชีวิตให้แย่ๆไป6. บางคนทำร้ายตนเองพอเห็นว่าตนเองมีข้อบกพร่อง แล้วทำใจไม่ได้เลยทำร้ายตนเอง หรือ มีความคิดอยากฆ่าตัวตายเพราะทนการมีข้อบกพร่องไม่ได้7. บางคนก็ไม่รับรู้ไปเลยว่าตนเองมีข้อบกพร่องปฏิเสธการเห็นตนเองอย่างที่เป็นไปเลยพาตนเองไปอยู่ในโลกความฝัน โลดแล่นเข้าไปในทุ่งลาเวนเดอร์เพื่อไม่รับรู้ว่าตนมีข้อบกพร่องกลายเป็นคนล่องลอย ชอบฝันกลางวัน และ จิตใจเปราะบาง รับความจริงเกี่ยวกับตนเองที่ไม่ดีเหมือนฝันไม่ได้จิตใจแตกสลายง่าย8. บางคนติดแก้ตัว กลัวจะเห็นว่าตนเองมีข้อบกพร่อง เลยติดนิสัยแก้ตัว มัวหาเหตุผลดีๆ เข้าข้างตนเองให้คนอื่นฟัง ให้ตัวเองฟังไปวันๆวนๆไปกับแก้ตัวจนไม่ได้แก้ไขเรื่องที่สร้างปัญหา เลยยังสร้างปัญหาเหมือนเดิมฯลฯเป็นต้น#การยอมรับ"ยอมรับว่าเรามีข้อบกพร่อง"จึงเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตในใครหลายคนเมื่อเรายอมรับได้ว่าเรามีข้อบกพร่องเราจะสามารถเผชิญข้อบกพร่องได้ใจที่ยอมรับใจที่พร้อมเผชิญข้อบกพร่องคือ ใจที่กล้าหาญแม้จังหวะแรกจะเจ็บปวดที่รับรู้ว่าตนเองมีข้อบกพร่องแต่เมื่อเปิดใจยอมรับมันได้มันจะทะลายกำแพงใจลงกำแพงใจถ้ายิ่งหนา ใจจะยิ่งอ่อนแอแต่ถ้ากำแพงใจทะลายลงใจจะแข็งแรง และ เข้มแข็งอย่างแท้จริงมีความมั่นคงจากข้างในความเข้มแข็งมั่นคงนี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อเรายอมรับความบกพร่องได้เมื่อเรากล้าเผชิญกับมันอย่างตรงไปตรงมาได้เราจะเจ็บปวดจากมันน้อยลงเมื่อเรายอมรับความบกพร่องได้ความบกพร่องนั้นจะไม่ทำร้ายใจเราอีกและ พฤติกรรมชีวิตเราจะปกติมากขึ้นไม่สร้างปัญหา ให้ตนเอง และ คนอื่นๆต่อไปเพียงเพราะ "เรายอมรับความบกพร่องไม่ได้"ความบกพร่อง ยิ่งหนี ยิ่งปฏิเสธ ยิ่งวุ่นวาย ยิ่งทุกข์การยอมรับความบกพร่อง ชีวิตกับสุขง่ายขึ้นยิ่งอยากสมบูรณ์แบบ กับ ยิ่งห่างไกลความสมบูรณ์ทางจิตใจ#ข้อบกพร่องกับก้าวต่อไปของชีวิตสิ่งที่เรามองว่าเป็นข้อบกพร่องเมื่อเรายอมรับ เราเห็นมันเราสามารถใช้มันเพื่อปรับปรุงชีวิตให้ดีขึ้นได้ต่อไปเพราะ ความบกพร่องหลายอย่างเป็นสิ่งที่แก้ไขได้นำมาเรียนรู้ได้ส่วนที่แก้ไม่ได้ ฝึกที่จะอยู่กับมันด้วยความเข้าใจจะเป็นผลดีกับชีวิตมากกว่า#หมายเหตุ- ความบกพร่อง หลายครั้งเป็นเกณฑ์ที่เราตั้งขึ้นมาเองเพราะ ในหลายครั้งสิ่งที่เรามองว่าบกพร่อง อีกหลายคน อาจไม่ได้เห็นเป็นประเด็นอะไร- ความสมบูรณ์แบบไร้ที่ติเป็นเกณฑ์ที่เราคาดหวัง10 คนก็ 10 แบบ ตามที่เกณฑ์ที่แต่ละคนยึดถือความสมบูรณ์แบบแท้ๆ ไม่มีจริงธรรมชาติความเป็นจริง คือ ความสมบูรณ์ในตัวของมันตามเหตุปัจจัยสิ่งที่เราตัดสินว่าไม่สมบูรณ์ คือ ความคิดเราเองความสมบูรณ์แบบจึงเป็นงานมโนสวยๆชนิดหนึ่งเป็นความปรุงแต่งทางความคิด และ ทางใจชนิดหนึ่งการยึดติดกับงานมโนสวยๆยิ่งยึดติดมากก็ยิ่งทุกข์กับมันมากความสุขก็ยิ่งหายไปอย่างน่าเสียดายบทความโดย พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล- สามารถรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ
https://youtu.be/3TWOnBU7dBE----------------------------------#เข้าใจธรรมชาติชีวิต#เข้าใจการปรุงแต่งของใจ#ยิ่งโตยิ่งสุข
"การรับมือกับปัญหาที่ดีที่สุด คือ การเรียนรู้จากมัน" 🙂ทุกปัญหาทำให้เกิดการเรียนรู้(จริงๆ) เมื่อเปิดใจ เปิดสมอง และ ลงมือทำ 🙂ไม่มีใครอยากเจอปัญหาแต่เมื่อต้องเจอถือว่า โชคชะตามอบโอกาสให้เรา...ได้เรียนรู้ ได้เติบโต :) #ทุกปัญหาเพิ่มปัญญา #ปัญญา3ฐาน#HeadHeartHand - สามารถรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ :) https://www.youtube.com/watch?v=u7N5VgXabvcบทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล---------------------------------------------หมายเหตุ : แนวทางการเรียนรู้ปัญหา และ วิธีแก้ไขปัญหาติดตามได้จากบทความนี้ค่ะ "การแก้ปัญหาด้วยเทคนิคลดขยะใจ"https://web.facebook.com/Dr.Tantawan/photos/a.103915954430308/289187572569811#เข้าใจธรรมชาติชีวิต#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ #ยิ่งโตยิ่งสุข
"จงเป็นผู้ให้ โดย ไม่จดจำ"คำกล่าวนี้ มีนัยที่ดีมากแต่ทำได้ยากมากสำหรับชาวลักษณ์ 2 ผู้ให้ (The giver)และ รวมถึงชาวสามเหลี่ยมอำนาจอื่นๆ ด้วยก็มีความยากในมิติอื่นๆ ตามลักษณ์เช่นกัน โดยสำหรับชาว 2 คำกล่าวนี้ ดีจริงถ้าใจ วางใจแบบนี้ได้จริงชาวลักษณ์ 2 จะเข้าถึงสภาวะอันเป็นคุณธรรมคือคือ freedom (ความเป็นอิสระ จากการคาดหวังของตนเองและผู้คน) และ will (การเข้าถึง เข้าใจสภาวะเจตน์จำนงค์ที่แท้จริง ที่ปรากฏขึ้นในตนเองและในสรรพสิ่ง) แต่โดยในสภาวะใจในแบบบุคคลทั่วไป ที่สภาวะ"ตัวตน" ยังต้องการคุณค่า และความรักมาเติมเต็มหัวใจ ให้ใจฟูใจจึงมักจะรอคอย และ คาดหวัง การเห็นคุณค่า และ ได้ความรักจากผู้คน โดยเฉพาะคนสำคัญและ self-esteem ของชาวลักษณ์ 2ก็ คือ การเป็นผู้ให้ ที่อีกฝ่ายจะระลึกถึงเห็นคุณค่าความสำคัญและจะขาดไม่ได้จึงยากมากที่ชาวลักษณ์ 2 ในบุคคลทั่วไป จะให้ไป แล้วไม่จดจำ เพราะ การให้แล้วเป็นที่จดจำ และตราตรึงอยู่ในใจคือ สุดยอดของแหล่งพลังงานชีวิตที่สำคัญ คือ บ่อน้ำมันทางใจบ่อใหญ่คือ ขุมกำลังอันยิ่งใหญ่ของ self-esteem เลยทีเดียวเมื่อใด การให้... แล้วไร้การจดจำใจชาวลักษณ์ 2จะร้าวรานควานหาคุณค่าของชีวิตไม่เจอเลยทีเดียว:) #เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น เพราะ ชาวลักษณ์ 2 มีชุดความเชื่อในระดับ conscious และ unconscious ว่า"ต้องให้ และ ทำตัวให้เป็นที่ต้องการ จึงจะได้รับความรัก และ มีคุณค่า"ดังนั้น การมีคุณค่า การเป็นที่รัก การเป็นคนสำคัญ คือ การได้ให้ และ คนที่ได้รับไปเห็นคุณค่า(มากๆ)ของสิ่งที่ลักษณ์ 2 ตั้งใจทำให้(อย่างทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ)หัวใจชาวลักษณ์ 2 จะพองฟูยิ่งกว่าขนมถ้วยฟู ^_^ :) #แนวทางคลี่คลายนำสู่การเติบโต เมื่อชาวลักษณ์ 2 ได้ฝึกฝนทางจิตใจ จนเข้าใจธรรมชาติของใจ และ คลายจากสภาวะการยึดติดตัวตน และ คุณค่าจากความเชื่อที่ยึดติดดั้งเดิมจึงสามารถคลี่คลายจากเชื่อนี้ และ คลี่คลายจากตัวตนลักษณะนี้ การให้ โดย ไม่จดจำ และ การให้แล้ว อีกฝ่ายไม่จำ ไม่สนใจโดยไม่เกิดความน้อยใจ เสียใจจึงจะเกิดขึ้นได้จริงเพราะ การให้ในสภาวะที่ใจเติบโตนี้ ไม่ได้ให้เพื่อหล่อเลี้ยงตัวตน หรือ เพื่อดำรงคุณค่า หรือ การได้เป็นที่รักใดๆ หรือ เพื่อเสริม self-esteem ใดๆหรือ ไม่ได้ให้เพื่อได้รับการเห็นคุณค่าว่าตนเป็นคนสำคัญ หรือ ไม่ได้หวังอาการใจฟูจากให้สภาวะการเติบโตทางจิตใจชาวลักษณ์ 2 คือ การเข้าถึงสภาวะอันเป็นคุณธรรมของชาวลักษณ์ 2 (Essential Spiritual Quality)คือคือ freedom จึงเกิดความเป็นอิสระ จากการคาดหวังของตนเองและของผู้คนและ will คือ การเข้าถึง เข้าใจสภาวะเจตน์จำนงค์ที่แท้จริง ที่ปรากฏขึ้นในตนเองและในสรรพสิ่ง ความทะนงตน (pride) ในการให้จึงลดลงการให้แล้ว ไม่ได้ใส่ใจว่าจะเป็นที่จดจำหรือไม่ จึงเกิดขึ้นได้จริง"การให้ เพื่อ ให้" จึงเกิดขึ้นบทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล - สามารถรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ :) https://youtu.be/WyNbyo2_Fdo--------------------------------<3 :) ท่านใดสนใจแนวทางการเติบโตของชาวลักษณ์ 2 :) <3 สามารถอ่านได้จากบทความนี้ค่ะ : เส้นทางการเติบโตของชาวลักษณ์ 2https://web.facebook.com/Dr.Tantawan/photos/a.674563880698843/523426162479283/-----------------------------#เกร็ดเอ็นเนียแกรม #ลักษณ์2 #enneagram #นพลักษณ์#ไม่มีลักษณ์ไหนดีกว่าลักษณ์ไหน #ทุกลักษณ์ดีหมดเมื่อเติบโต #เข้าใจธรรมชาติจิตใจ #ยิ่งโตยิ่งสุข
"สุขจากสิ่งไหน ก็จะทุกข์เพราะสิ่งนั้น"เช่นสุขจากการได้รับการยกย่องสรรเสริญจะทุกข์จากการที่ไม่ได้รับการยกย่องสรรเสริญสุขจากการได้ตำแหน่งใหญ่โตจะทุกข์จากการที่ไม่ได้รับการตำแหน่งดังที่ต้องการสุขจากการที่ภูมิใจตนเองได้ทำสิ่งดีจะทุกข์จากการทีได้ทำความผิดพลาด ทำสิ่งที่ไม่ดีเหมือนดั่งที่ตั้งใจสุขจากการเป็นที่รัก เป็นคนสำคัญจะทุกข์จากการที่ได้ไม่ได้เป็นที่รัก หรือ คนสำคัญ ดังที่อยากได้สุขจากการได้มีชีวิตอิสระจะทุกข์จากการที่ไม่ได้มีอิสระ ดังใจต้องการสุขจากการใช้ชีวิตเงียบสงบจะทุกข์จากการไม่ได้มีชีวิตที่สงบเงียบดังต้องการสุขจากการได้เสพสิ่งสุดยอดจะทุกข์ทรมานจากการไม่ได้เสพสิ่งที่คิดว่าสุดยอดและ อีกหลายสถานการณ์ที่ทำให้สุข และ ทำให้ทุกข์ได้สิ่งสำคัญคือการรู้จักตนเอง ว่าเรามักสุขกับอะไรการรู้จักตนเอง ว่าเรามักทุกข์กับอะไรทำให้เรารู้ว่า เรามักให้ "ค่า" กับอะไรสิ่งที่ใจให้ค่า มักเป็นสิ่งที่ใจยึดติดฝึกรู้จักตนเองฝึกรู้ใจตนเองฝึกรู้ทันความสุขฝึกรู้ทันความทุกข์ฝึกรู้ทันการยึดติดฝึกปล่อยสิ่งที่ยึดติด......เมื่อใจคลายจากสิ่งยึดติดใจจะค่อยๆ ฟูน้อยลง กับ ด้านสุขและใจจะค่อยๆ ทุกข์น้อยลง เมื่อเจอด้านทุกข์บทความโดย พญ. ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล- สามารถรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ
https://youtu.be/XBo1U5_xzds#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ#เข้าใจธรรมชาติชีวิต#ยิ่งโตยิ่งสุข