วันอังคารที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2566

เมื่อคนใกล้ตัวมีความเครียด เราควรดูแลเขาอย่างไร? พบ 5 ขั้นตอนสำคัญในการดูแลคนใกล้ตัว โดย พญ.ทานตะวัน

 

 
"เมื่อคนใกล้ตัวมีความเครียด เราควรดูแลเขาอย่างไร ?"

แนวทางดังนี้ค่ะ 🙂

:) 1. รับฟังปัญหาที่เกิดกับเขาอย่างใส่ใจ

ในขั้นนี้ พบว่า ช่วยให้คนทุกข์ใจน้อยลงไปมากทีเดียวค่ะ
(หลายคนบอกว่าความทุกข์ลดลงไปเกิน 50%)
เพราะ บางทีเวลาเราทุกข์
เราแค่ต้องการใครสักคนที่ใส่ใจ รับฟังเรา อยู่เคียงข้างเรา เท่านั้นค่ะ
ส่วนแนวทางแก้ปัญหา จะค่อยๆคิดเองได้ เมื่อใจพร้อมค่ะ
ดังนั้น ขั้นตอนที่ 1 นี้จึงสำคัญมากๆ ในการเยียวยาแผลใจค่ะ

:) 2. เปิดใจที่จะเข้าใจเขา

แม้ว่าแนวคิดของเขาเราอาจไม่เห็นด้วย
การเปิดใจ วางการตัดสิน วางอคติลง
เป็นสิ่งสำคัญ
แล้วเราจะเข้าใจเขาและปัญหาที่เกิดกับเขามากขึ้น
ขั้นตอนความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญมาก
เราไม่สามารถดูแลใครได้ดีเลย
ถ้าปราศจากความเข้าใจ

:) 3. ให้คำแนะนำที่เหมาะสม

คำแนะนำที่เหมาะสมคืออะไร?
คำแนะนำที่เหมาะสม
คือ คำแนะนำที่มาจากความเข้าใจในตัวเขาและปัญหาที่เกิดขึ้น

ดังนั้น
ไม่ควรรีบแนะนำ...
ถ้ายังไม่เข้าใจในตัวเขาและปัญหา
เพราะ
จะยิ่งทำให้รู้สึกแย่
มากกว่าจะรู้สึกดี

:) 4. ให้กำลังใจ
โดยการชี้ให้เขาเห็นศักยภาพในตัวเขา
เพื่อให้เขาเกิดความเชื่อมั่นตนเองมากขึ้น
ว่าเขามีดีพอที่จะสามารถเผชิญต่อปัญหานั้นได้

ข้อควรระวัง
ถ้าเขายังไม่สามารถเห็นข้อดีในตัวเขา อย่าไปกดดันว่าเขาต้องเห็นในตอนนี้
ควรใจเย็น และ ให้เวลาเขา

:) 5. แนะนำพบผู้เชี่ยวชาญ
ถ้าความรู้สึกเครียดนี้มีมากจนรับมือไม่ไหว
แนะนำการพบผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจ
เช่น จิตแพทย์ หรือ นักจิตวิทยา
เป็นทางออกหนึ่งที่ช่วยได้นะคะ

ขออนุญาตแปะลิงค์รวม
รวมรายชื่อ โรงพยาบาล และ คลินิกที่มีจิตแพทย์ทั่วประเทศค่ะ

https://web.facebook.com/ThaiPsychiatricAssociation/photos/a.499791366791551/2011213002316039/?type=3&_rdc=1&_rdr
----------------------------------------------------------------------------------------
บทส่งท้าย
#ความเข้าใจธรรมชาติของปัญหาในโลกนี้

1. ในโลกนี้มีปัญหาอยู่ 2 แบบ
แบบที่แก้ไขด้วยตนเราได้ กับ แบบที่แก้ไขด้วยตัวเราไม่ได้

- แบบที่แก้ไขได้
คิดหาวิธีแก้ปัญหา และ ทำให้เต็มที่ ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

- ส่วนที่แก้ไขไม่ได้ เพราะอยู่นอกเหนืออำนาจการจัดการหรือการควบคุมแล้ว
แนะนำว่า
ฝึกที่จะปล่อยวาง ยอมรับมันอย่างที่เป็นแล้วค่ะ
เพราะ คิดไป เครียดไป ก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ่น
มีแต่ทำให้ทุกข์ไปเปล่าๆ โดยใช่เหตุค่ะ

ตัวอย่าง

เช่น กลัวการสอบ กลัวคะแนนไม่ดี
หน้าที่ก็คืออ่านหนังสือ
และ เมื่อทำเต็มที่ ต้องฝึกปล่อยวาง
เพราะคิดมากไปก็ช่วยอะไรให้ดีขึ้นไม่ได้แล้วค่ะ

หรือ กลัวคนไม่รัก
สิ่งที่ทำได้ คือ ดูแลความสัมพันธ์ให้ดี ด้วยความรัก และ ความเข้าใจ
แต่เมื่อทำเต็มที่ ดีทีสุดแล้ว ไม่ได้เพิกเฉยเกินไป และ ไม่ได้ดูแลมากเกินไป
อีกฝ่ายยังไม่รัก
สิ่งที่ทำได้ และ ควรทำคือ
ต้องฝึกที่จะปล่อยวาง ทำใจยอมรับมันอย่างที่เป็น
ไม่มีใครบังคับใครให้มารัก มาชอบได้
เป็นต้น

2. เมื่อฝึกปล่อยวาง ฝึกยอมรับ และ ฝึกเข้าใจธรรมชาติ ของปัญหา
จิตใจจะสงบขึ้น เพราะ ดิ้นรนน้อยลง ใจจะมีความสุขมากขึ้นค่ะ

แต่ถ้าความรู้สึกเครียดนี้มีมากจนรับมือไม่ไหว
แนะนำการพบผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจ
เช่น จิตแพทย์ หรือ นักจิตวิทยา
เป็นทางออกหนึ่งที่ช่วยได้นะคะ

- สามารถรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ :)
https://www.youtube.com/watch?v=3OOnbOynpJE

บทความโดย ผศ.พญ. ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข

-----------------------------


วันจันทร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2566

"เราและเวลาในตอนนี้ เป็นสิ่งที่มีค่าเสมอ" โดย พญ.ทานตะวัน

 

 
"เรา และ เวลาในตอนนี้เป็นสิ่งมีค่า(เสมอ)"

ในหลายครั้ง เราอาจผิดหวังกับชีวิตที่เกิดขึ้น
ในหลายครั้ง เราอาจไม่รู้ว่าเราจะทำสิ่งดีๆ ไปเพื่ออะไร
ในหลายครั้ง เราอาจถูกโอบล้อมไปด้วยคนที่ไม่เห็นคุณค่าในเรา
ในหลายครั้ง เราอาจไม่เห็นหนทางข้างหน้า ว่าจะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับเราได้จริงหรือไม่
ในหลายครั้ง เราจึงรู้สึกท้อแท้ ไม่มีเรี่ยวแรง ไม่มีกำลังใจ ไม่อยากลุกขึ้นมาทำอะไรดีๆกับตนเอง

แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
"ตัวเรา และ เวลาที่เรามีตอนนี้"
คือ สิ่งที่มีค่าที่สุด และ มีค่าเสมอตลอดเวลา
ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม
ไม่ว่าฟ้าจะเป็นใจ หรือไม่เป็นใจ
ไม่ว่าคนจะรักเรา หรือ ไม่รักเรา
ไม่ว่าคนจะเห็นค่าเรา หรือ ไม่เห็นค่าเรา
ไม่ว่าชีวิตจะสำเร็จ หรือ ล้มเหลว

ระลึกเสมอว่า
เรา และ เวลา
ยังคงมีค่าเสมอ

ตระหนักถึงคุณค่าในตนเอง และ เวลาที่มี
ทำสิ่งดีๆ ให้กับชีวิตจิตใจ ตนเอง

อนาคตเป็นอย่างไรไม่รู้ ดี หรือ ไม่ ไม่มีใครบอกได้
แต่สิ่งที่บอกได้แน่ๆ คือ
เรา และ เวลาตอนนี้ เป็นสิ่งที่มีค่ามากๆ
เราสามารถดูแลตนเองได้
เราสามารถลงมือทำสิ่งที่มีประโยชน์ได้
เราสามารถสร้างสิ่งดีๆ กับชีวิตเราได้
ตามกำลังที่เราพอทำได้ในขณะนี้

ในหลายครั้ง พอเจอสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจ
เรารู้สึกย่ำแย่ไปหมด
รู้สึกย่ำแย่กับเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่พอ
ยังรู้สึกย่ำแย่กับตนเองไปด้วย
จนไม่ดูแลตนเอง
จนปล่อยละเลยตนเอง
จนปล่อยให้ชีวิตตนเองพังไปวันๆ
จนผลาญเวลาไปเปล่าประโยชน์
และ ชีวิตก็ยิ่งดำดิ่งเลวร้ายมากขึ้น
เนื่องเพราะ ไม่ทันได้เห็นคุณค่า
ใน "เรา และ เวลาที่เรามีตอนนี้"
ว่าเป็นสิ่งที่มีค่ามากๆ แค่ไหน

แม้เราจะสูญเสียอะไรไปหลายอย่างๆ
จนจิตตกเศร้าสร้อย
จนความหวังสูญสิ้น
แต่ "เรายังมีเรา" และ "เรายังมีเวลา"
(ที่ขณะที่หลายคนบนโลกนี้กำลังจะไม่มีแล้ว)

ตราบใดที่เรายังมีเรา และ เรายังมีเวลา
เราก็จะยังมีโอกาสเสมอ
และ
โอกาสที่จะมีเป็นแบบไหน
ปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่ง
ขึ้นกับการกระทำของเรา (my action)ในตอนนี้ค่ะ

เมื่อวันที่เจอพายุฝนกระหน่ำเข้ามาในชีวิต จนเปียกปอน
ระลึกไว้เสมอว่า
เรา และ เวลาในตอนนี้
เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด
และ เริ่มลงมือทำสิ่งดีๆ ให้ตนเองได้เลยค่ะ 🙂

บทความโดย พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

- สามารถรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🙂
https://youtu.be/1m3a5jVwfFI

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข


วันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2566

"เป็นคนคิดมาก เครียดง่าย ทำอย่างไรดี?" โดย พญ. ทานตะวัน

 

 

คำถาม
เป็นคนคิดมาก เครียดง่าย ทำอย่างไรดี ?

คำตอบ
การจัดการความคิด ความเครียด
ในคนที่คิดมากๆ
ดังนี้
:) 1. เทคนิคลดขยะใจ
เพื่อลดการวนกับปัญหาที่เราควบคุมไม่ได้
จะลดภาวะทุกข์ฟรี
และ ลดการมูฟออนเป็นวงกลม
(มูฟแบบวนๆ อยู่ที่เดิม ^^")

และ
เพิ่มการไปโฟกัสกับปัญหาที่เราจัดการได้เองให้มากขึ้น
ชีวิตจะไปข้างหน้า (move on) อย่างแท้จริง เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
เทคนิคลดขยะใจรายละเอียดดังนี้ค่ะ
https://web.facebook.com/Dr.Tantawan/photos/a.103915954430308/289187572569811/

:) 2. การกลับมารับรู้อารมณ์ความรู้สีก
การหาความรู้สึกเจอ
คือ การหาหัวใจตนเองใจ
เมื่อเราหาหัวใจตนเองเจอ เราจะรู้สึกสงบ และ มั่นคงขึ้น
ความคิดมักหลอกเรา แต่ความรู้สึกไม่เคยหลอกใคร
เพราะ ความคิดมีการปรุงแต่งต่อเติมไปไม่สิ้นสุด
แต่ความรู้สึกเป็นอาการของใจที่แสดงออกมาตรงๆ

:) 3. การกลับมารับรู้ความต้องการของใจตนเอง
เราต้องการอะไร
เราไม่ต้องการอะไร
เราทำสิ่งนี้... เราทำไปเพื่ออะไร
การหาความต้องการของตนเองเจอ
เราได้รู้จักความปรารถนาที่แท้จริง
ไม่ต้องคอยวิ่งทำตามความปรารถนาของคนอื่น
ซึ่งเหนื่อยฟรี
และ ยิ่งทำ ใจก็ยิ่งรู้สึกกลวงขึ้นเรื่อยๆ
และ เต็มไปด้วยความน้อยใจ เหนื่อยใจ โกรธ เสียใจ ฯลฯ

<3 การรู้ใจตนเอง
คือ ต้นทางของการตั้งหลักของใจที่สำคัญ

รายละเอียดแนวทางการรู้ใจตนเอง เพื่อให้ใจมีคุณภาพที่ดีขึ้น
อ่านได้จากบทความนี้ค่ะ
https://web.facebook.com/Dr.Tantawan/photos/a.103915954430308/267299714758597/

- รับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ :)
https://www.youtube.com/watch?v=sMCzkqkmaOw

บทความโดย ผศ.พญ. ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข



วันเสาร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2566

"เราควรอยู่กับปัจจุบันและทำมันให้ดีที่สุด" โดย พญ.ทานตะวัน

 

 

"เราควรอยู่กับปัจจุบัน และ ทำมันให้ดีที่สุด" เพราะ แม้อดีตจะสำคัญอย่างไร ปัจจุบันสำคัญที่สุด เพราะ อะไรจึงเป็นเช่นนั้น ? รายละเอียดรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ https://www.youtube.com/watch?v=EMy1fKbIfDI  

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต #เข้าใจธรรมชาติจิตใจ #ยิ่งโตยิ่งสุข

วันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566

"ยอมรับว่าเรามีข้อบกพร่อง" คือ โอกาสก้าวต่อไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า และ มีความสุขมากกว่า โดย พญ.ทานตะวัน

 

 

"ยอมรับว่าเรามีข้อบกพร่อง"

ประโยคสั้นๆ
แต่มีความหมายลึกซึ้ง

ข้อบกพร่องเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยอมรับได้ยาก

ยากจนเกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
จากความกังวลว่าเรามีข้อบกพร่อง
จากการรับไม่ได้ว่าเรามีข้อบกพร่อง

เช่น

1. บางคนพอเห็นว่าตนเองมีข้อบกพร่อง ก็รู้สึกผิด รู้สึกแย่กับตนเองมากๆ
รับตนเองไม่ได้ ที่เรามีข้อบกพร่อง
เราผิดพลาด เราไม่สมบูรณ์แบบ เรามีที่ติ เราเหมือนมีตำหนิแล้ว
จึงจมกับความรู้สึกผิด วนไปวนมา กลายเป็นจิตตกและเศร้าหมอง

2. บางคนกลายเป็นโทษคนอื่น
ไม่อยากเห็นข้อบกพร่องตนเอง รวมถึงไม่อยากให้คนอื่นเห็นว่าเราบกพร่อง เลยโทษคนอื่นซะ
ปัดความผิด ความบกพร่องให้ไปตกที่คนอื่น
พยายามปัดไปให้พ้นตนเอง

3. บางคนกลายเป็นชอบไปด้อยค่าคนอื่น หรือ ข่มคุณค่าคนอื่นลง
มักมองเห็นข้อบกพร่องคนอื่น คอยเห็นเขามีตำหนิ
ทำตำหนิคนอื่นให้เป็นเรื่องใหญ่
และ ชอบชูว่าตน ดีกว่าเขา เหนือเขา (อาจโดยทางตรง หรือ แบบทางอ้อม)
เพื่อหลบเลี่ยง หรือ กลบเกลื่อนข้อบกพร่องในตนเอง
ที่เราไม่อยากเห็นมัน

4. บางคนก็อยู่อย่างรู้สึกด้อยคุณค่า ไปจนถึงไร้ค่า
เพราะ รับข้อบกพร่องไม่ได้
การมีข้อบกพร่อง ทำให้รู้สึกเสียเซลฟ์ รู้สึกไร้ค่า

5. บางคนมีพฤติกรรมเกเร หรือ สำมะเลเทเมาไป หรือ ไม่ดูแลตนเอง ใช้ชีวิตให้ผ่านไปวันๆแบบพังๆ

เพราะ รังเกียจตนเอง เกลียดตนเอง เคืองตนเอง ที่มีข้อบกพร่อง
เลยทำร้ายตนเอง ผ่านการใช้ชีวิตให้แย่ๆไป

6. บางคนทำร้ายตนเอง
พอเห็นว่าตนเองมีข้อบกพร่อง แล้วทำใจไม่ได้
เลยทำร้ายตนเอง หรือ มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย
เพราะทนการมีข้อบกพร่องไม่ได้

7. บางคนก็ไม่รับรู้ไปเลยว่าตนเองมีข้อบกพร่อง
ปฏิเสธการเห็นตนเองอย่างที่เป็นไปเลย
พาตนเองไปอยู่ในโลกความฝัน โลดแล่นเข้าไปในทุ่งลาเวนเดอร์
เพื่อไม่รับรู้ว่าตนมีข้อบกพร่อง
กลายเป็นคนล่องลอย ชอบฝันกลางวัน และ จิตใจเปราะบาง รับความจริงเกี่ยวกับตนเองที่ไม่ดีเหมือนฝันไม่ได้
จิตใจแตกสลายง่าย

8. บางคนติดแก้ตัว กลัวจะเห็นว่าตนเองมีข้อบกพร่อง เลยติดนิสัยแก้ตัว มัวหาเหตุผลดีๆ เข้าข้างตนเอง
ให้คนอื่นฟัง ให้ตัวเองฟังไปวันๆ
วนๆไปกับแก้ตัวจนไม่ได้แก้ไข
เรื่องที่สร้างปัญหา เลยยังสร้างปัญหาเหมือนเดิม

ฯลฯ
เป็นต้น
#การยอมรับ
"ยอมรับว่าเรามีข้อบกพร่อง"
จึงเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตในใครหลายคน

เมื่อเรายอมรับได้ว่าเรามีข้อบกพร่อง
เราจะสามารถเผชิญข้อบกพร่องได้

ใจที่ยอมรับ
ใจที่พร้อมเผชิญข้อบกพร่อง
คือ ใจที่กล้าหาญ

แม้จังหวะแรกจะเจ็บปวดที่รับรู้ว่าตนเองมีข้อบกพร่อง
แต่เมื่อเปิดใจยอมรับมันได้

มันจะทะลายกำแพงใจลง
กำแพงใจถ้ายิ่งหนา ใจจะยิ่งอ่อนแอ

แต่ถ้ากำแพงใจทะลายลง
ใจจะแข็งแรง และ เข้มแข็งอย่างแท้จริง
มีความมั่นคงจากข้างใน

ความเข้มแข็งมั่นคงนี้จะเกิดขึ้นได้
เมื่อเรายอมรับความบกพร่องได้
เมื่อเรากล้าเผชิญกับมันอย่างตรงไปตรงมาได้

เราจะเจ็บปวดจากมันน้อยลง
เมื่อเรายอมรับความบกพร่องได้
ความบกพร่องนั้นจะไม่ทำร้ายใจเราอีก
และ พฤติกรรมชีวิตเราจะปกติมากขึ้น
ไม่สร้างปัญหา ให้ตนเอง และ คนอื่นๆต่อไป
เพียงเพราะ "เรายอมรับความบกพร่องไม่ได้"

ความบกพร่อง ยิ่งหนี ยิ่งปฏิเสธ ยิ่งวุ่นวาย ยิ่งทุกข์
การยอมรับความบกพร่อง ชีวิตกับสุขง่ายขึ้น
ยิ่งอยากสมบูรณ์แบบ กับ ยิ่งห่างไกลความสมบูรณ์ทางจิตใจ

#ข้อบกพร่องกับก้าวต่อไปของชีวิต
สิ่งที่เรามองว่าเป็นข้อบกพร่อง
เมื่อเรายอมรับ เราเห็นมัน
เราสามารถใช้มันเพื่อปรับปรุงชีวิตให้ดีขึ้นได้ต่อไป
เพราะ ความบกพร่องหลายอย่างเป็นสิ่งที่แก้ไขได้
นำมาเรียนรู้ได้
ส่วนที่แก้ไม่ได้ ฝึกที่จะอยู่กับมันด้วยความเข้าใจ
จะเป็นผลดีกับชีวิตมากกว่า

#หมายเหตุ
- ความบกพร่อง หลายครั้งเป็นเกณฑ์ที่เราตั้งขึ้นมาเอง
เพราะ ในหลายครั้งสิ่งที่เรามองว่าบกพร่อง อีกหลายคน อาจไม่ได้เห็นเป็นประเด็นอะไร

- ความสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
เป็นเกณฑ์ที่เราคาดหวัง
10 คนก็ 10 แบบ ตามที่เกณฑ์ที่แต่ละคนยึดถือ
ความสมบูรณ์แบบแท้ๆ ไม่มีจริง
ธรรมชาติความเป็นจริง คือ ความสมบูรณ์ในตัวของมัน
ตามเหตุปัจจัย
สิ่งที่เราตัดสินว่าไม่สมบูรณ์ คือ ความคิดเราเอง

ความสมบูรณ์แบบจึงเป็นงานมโนสวยๆชนิดหนึ่ง
เป็นความปรุงแต่งทางความคิด และ ทางใจชนิดหนึ่ง
การยึดติดกับงานมโนสวยๆ
ยิ่งยึดติดมาก
ก็ยิ่งทุกข์กับมันมาก
ความสุขก็ยิ่งหายไปอย่างน่าเสียดาย

บทความโดย พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

- สามารถรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🙂
https://youtu.be/3TWOnBU7dBE
----------------------------------
#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจการปรุงแต่งของใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข