วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2567

“ใจต้องการที่เกาะ” เข้าใจธรรมชาติของใจ ช่วยให้ทุกข์น้อยลงได้อย่างไร? โดย พญ. ทานตะวัน

 

 

"ใจต้องการที่เกาะ"

ธรรมชาติของใจต้องการที่เกาะ ที่ยึด
หลายครั้ง
ใจไปเกาะไปยึดกับสิ่งที่ทำให้ทุกข์
ทำให้ใจเศร้าหมองร้อนรน

เช่น
- ใจไปยึดเกาะกุมความคิด
เช่น ความคิดถึงคนนั้นคนนี้
ความคิดถึงเรื่องเมื่อวาน
ความคิดถึงเรื่องวันพรุ่งนี้
ความคิดถึงเรื่องในอดีต
ความคิดถึงเรื่องไม่สบายใจ
ความคิดฝัน
และ อีกหลายๆความคิดที่เกิดขึ้นในสมอง
และใจเผลอไปเกาะยึดความคิดอย่างเหนียวแน่น
จนกลายเป็นความฟุ้งซ่าน
จนกลายเป็นยึดติดถือดีในความคิด เป็นต้น

- ใจไปยึดเกาะกุมอารมณ์
เช่น อารมณ์เศร้า อารมณ์เหงา อารมณ์หงุดหงิด
ไม่พอใจ อารมณ์โกรธแค้น อารมณ์อับอาย อารมณ์กลัว และ อีกหลายๆอารมณ์ ที่เกิดขึ้น
และ ใจเผลอไปยึดเกาะกุมอย่างเหนียวแน่น ฯลฯ
จนใจแกว่งไป แกว่งมา ตามอารมณ์
จนใจเหนื่อยล้า ใจห่อเหี่ยว โหวงเหวง
ดำดิ่ง หรือ ทุกข์ระทม

- ใจไปยึดเกาะกุม ความอยาก ความคาดหวังต่างๆ ฯลฯ
ยิ่งใจไปเกาะความอยากมากเท่าไหร่
ก็ยิ่งร้อนรน โหยหา ปรารถนาในเรื่องนั้นมากขึ้น
จนเกิดความทุกข์ ทุรนทุราย
เหมือนใจจะขาดยิ่งๆขึ้น เมื่อไม่ได้ดังหวัง

ความเข้าใจธรรมชาติของใจในส่วนนี้
จะช่วยให้เราดูแลใจได้ดีขึ้น
โดยหาที่อยู่ให้ใจได้เกาะ

เป็นที่อยู่ที่ไม่ทำให้ใจทุกข์ ร้อน ฟุ้งซ่าน

เป็นที่อยู่ที่ช่วยให้ใจมั่นคงขึ้น
เป็นที่อยู่ที่ช่วยให้ใจมีแรงมากขึ้น

ที่อยู่นั้น คือ การพาใจกลับมารับรู้ร่างกาย
แทนการอยู่ในโลกความคิดฟุ้ง ปรุงแต่ง
แทนการดื่มดำจมแช่กับอารมณ์
แทนการหมกมุ่นกับความปรารถนาอันร้อนใจ

โดยการพาใจกลับมาอยู่กับฐานร่างกาย

ดังนี้

🙂 หมั่นรับรู้ลมหายใจเข้า-ออกบ่อยๆ
🙂 หมั่นรับรู้การเคลื่อนไหวของร่างกายบ่อยๆ
- การกลับมารับรู้ลมหายใจเข้า-ออกบ่อยๆ
- การกลับมารับรู้ร่างกาย เวลาร่างกายมีความเคลื่อนไหวบ่อยๆ
❤ ใจจะมีพลังมากขึัน
❤ ใจจะมีความมั่นคงมากขึ้น
❤ ใจจะคลายทุกข์คลายโศก คลายความร้อนรนลง

เพราะ ใจต้องการที่อยู่
ใจจึงมักไปเกาะกับความคิด
เกาะกับอารมณ์
เกาะกับความต้องการ
เกาะกับอัตตาตัวตน
เกาะกับชื่่อเสียง
เกาะการเป็นที่รัก
เกาะการเป็นที่ยอมรับ
เกาะคน
ฯลฯ
การเกาะกับสิ่งเหล่านี้
ใจจะยิ่งฟุ้งซ่าน หมดแรงง่าย และ ทุกข์ง่าย
ดังที่ได้กล่าวข้างต้น

❤ ดังนั้น
เมื่อใจกลับมารับรู้ลมหายใจบ่อยๆ
ใจกลับรับรู้การเคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ
ใจจะมีแรงมากขึ้น
เพราะ ร่างกาย และ ลมหายใจ
เป็นฐานที่มั่นคงให้กับใจได้อย่างดี

😊
"เมื่อใจต้องการที่เกาะ
หาที่เกาะ...ที่ดีต่อใจ"

#บทส่งท้าย
ใจต้องการที่เกาะ
ตอนนี้ "พาใจกลับมารับรู้ลมหายใจเข้า-ออก อย่างน้อย 3 รอบ"

บทความโดย พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

🙂 ท่านใดสนใจรับฟังบทความนี้
รับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🙂
https://youtu.be/sGL1r1B1zhM

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข

วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2567

การเปิดใจรับฟัง คือ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การฟังมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร? โดย พญ. ทานตะวัน

 

 

#การเปิดใจรับฟัง (keep open mind)

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การรับฟังมีประสิทธิภาพมากขึ้น
(effective listening)

การเปิดใจกว้างในขณะรับฟัง
มีแนวทางดังนี้

1. หมั่นรู้เท่าทันความคิดตัดสินเรื่องที่เขาพูด
การตัดสิน เช่น เห็นด้วย/ไม่เห็นด้วย ชอบ/ไม่ชอบ ถูก/ผิด
เป็นต้น
การตัดสินเป็นธรรมชาติของใจ ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วเป็นธรรมดา เวลาที่ได้ยินอะไรก็ตาม
การรู้เท่าทันจึงสำคัญมาก เพราะช่วยให้ใจเปิดรับฟังได้มากขึ้น
ทำให้ช่วยลดการตัดสินผิด จากการยังรู้ข้อมูลไม่ครบถ้วนได้

2. หมั่นรู้การกำลังตีความไปเองตามความคิดเรา
ถ้ารู้ไม่ทันจะเกิดภาวะ คิดเอง เออเอง
เล่นเอง ชงเอง ตบเอง
ซึ่งไม่ตรงกับสิ่งที่ผู้พูดต้องการสื่อจริงๆ

3. หมั่นรู้เท่าทันอคติในใจ เช่น ฟังแล้วรู้สึกชอบทันที เกิดภาวะเข้าข้าง หรือ ฟังแล้วรู้สึกไม่ชอบ จะเกิดภาวะต่อต้านทันที
การมีอคติ เป็นเรื่องธรรมชาติของใจ
ตราบใดที่ใจเรายังมีความรัก/ความชัง ใจยังมีความชอบ/ความไม่ชอบ
เราห้ามอคติไม่ได้ แต่เราสามารถรู้เท่าทันมันได้
การรู้เท่าทันอคติ
จะช่วยให้ใจมีความเป็นกลางในการรับฟังได้มากขึ้น
ลดความลำเอียงอย่างไม่รู้ตัวในขณะรับฟังลงได้

การฝึกรู้เท่าทันสิ่งเหล่านี้ จะช่วยให้การรับฟังดีขึ้น
หลายครั้งที่เรารับสารได้ไม่ครบ
เพราะ ถูกความคิด ความรู้สึกของเราเองบดบัง
ทำให้ไม่ได้ฟังเขาจริงๆ

บทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

🙂 ท่านใดสนใจรับฟังบทความนี้
สามารถรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🙂
https://youtu.be/Pm8SMhziicM

#เข้าใจธรรมชาติความคิด
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข 

วันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2567

การก้าวออกจากความคิด "ทำให้เป็นอิสระ" และ เราจะก้าวออกจากความคิดได้อย่างไร? โดย พญ.ทานตะวัน

 

 
เรามักติดอยู่ในกรงขังของความคิด
การก้าวออกจากมัน ทำให้เป็นอิสระ

--------------------------------------
เครื่องมือที่จะช่วยให้เราก้าวออกจากความคิดแบบสวยๆเบาๆ
ชื่อว่า สติ คร่า :D

สติ คือ การหมั่นฝึกรู้เท่าทันความคิดในหัวที่เกิดขึ้นบ่อยๆ

เราอาจไม่ทันทุกความคิด เพราะ ความคิดมีเยอะมากในแต่ละขณะ และ ความคิดมีความเร็วมาก

เราสามารถฝึกฝนด้วยการหมั่นรู้ทันบ่อยๆ

ทุกการรู้ทัน ความคิด คือ การเก็บ 1 แต้มของการมีสติ

แต้มสติ ยิ่งเยอะ ยิ่งช่วยให้เราตกเป็นทาสความคิดน้อยลง

เราไม่จำเป็นต้องเชื่อทุกสิ่งที่สมองคิดขึ้นมา

#เข้าใจธรรมชาติของความคิด
จะทุกข์จากความคิดน้อยลง
เรียนรู้อยู่กับความคิดด้วยความเข้าใจ

ใช้ความคิด กับ ถูกความคิดใช้
ไม่เหมือนกัน

เพราะ "ความคิดไม่ใช่เรา"
และ "เราไม่ใช่ความคิด"

:) ท่านใดสนใจรับฟังบทความนี้
สามารถรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ :)
https://youtu.be/dVT8wpPATmw

#เข้าใจธรรมชาติความคิด
#ยิ่งโตยิ่งสุข

เครดิตภาพ : https://tenor.com/view/its-all-about-which-way-you-look-windy-smiling-sad-gif-14745954


วันพุธที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2567

"Quality Time" มีเวลาคุณภาพให้แก่กัน คือ เคล็ดลับสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์ที่ดี โดย พญ.ทานตะวัน

 

 

"ช่วงเวลาดีๆ (Quality time)"

เคล็ดลับสำคัญอันหนึ่งของการรักษาความสัมพันธ์ให้หวานชื่น และ สดใหม่เสมอคือ
มีเวลาคุณภาพให้แก่กัน (Quality time) หรือ เรียกง่ายๆว่ามีช่วงเวลาดีๆ ให้แก่กัน

เช่น มีเวลาที่จะอยู่ด้วยกัน ใส่ใจกัน รับรู้ความรู้สึกของกันและกัน
หรือ ทำกิจกรรมดีๆ ที่ต่างฝ่ายรู้สึกชอบด้วยกัน

เพราะนอกจากความรักแล้ว
ความเข้าใจกัน และ ใส่ใจกัน เป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ
ในการรักษาความสัมพันธ์

เคล็ดลับนี้ใช้ได้กับทั้งในคู่รัก ครอบครัว พ่อแม่-ลูก พี่น้อง และ เพื่อน

เพราะเมื่อปราศจากสิ่งนี้ หรือ มีน้อยเกินไป
เกิดความร้าวฉานในความสัมพันธ์ โดยไม่รู้ตัว
ปัญหานี้อาจไม่กระโตกกระตากให้รู้ได้ทันที
แต่มันกัดกร่อนกินใจอีกฝ่ายให้เจ็บปวดอยู่ลึกๆ เหมือนโดนทอดทิ้ง รู้สึกว้าเหว่
จนวันหนึ่ง ถึงกับหมดรักได้
ดังนั้นก่อนที่จะสายไป
เราลองมาสำรวจดูกันนะคะ ว่าในความสัมพันธ์ของเรามีช่วงเวลาดีๆให้แก่กันหรือเปล่าค่ะ

อย่าให้ช่วงหมดโปร ช่วงเวลาดีๆ ก็หายไปด้วยนะคะ

สิ่งที่แสดงถึงว่ามีเวลาคุณภาพให้กัน

1.มีช่วงเวลาที่ได้ใส่ใจกัน ถามไถ่ สุข ทุกข์กัน ห่วงใยกัน

2. เลือกกิจกรรมดีๆ ที่สนใจร่วมกัน ไม่ใช่ เลือกกิจกรรมที่ชอบอยู่ฝ่ายเดียว สนุกอยู่คนเดียว อีกฝ่ายก็ไม่ไหวค่ะ

3. มีเวลาสงบๆ ง่ายๆอยู่กับคู่บ้าง เช่น การนั่งเงียบๆสงบ สบาย ใกล้ๆกันก็ เป็นเวลาที่มีคุณภาพได้
ไม่ใช่ ทำตัวยุ่ง ทำนู่นทำนี่ตลอดเวลา

4. พูดคุยกัน

- ใส่ใจ รับฟังคู่คุณอย่างตั้งใจ ไม่พูดขัดคอ หรือ รีบตัดบท

- รับฟังอย่างเข้าใจ

- รับรู้ถึงความรู้สึกในสิ่งที่เขากำลังบอกออกมา

- ใส่ใจสังเกตภาษากายของอีกฝ่ายบ้าง แต่อย่ามากเกินไป เพราะอีกฝ่ายอาจรู้สึกอึดอัด หรือ เหมือนถูกจับผิดได้

- เปิดใจ แบ่งปัน ความรู้สึก ของตนเอง หรือ เรื่องราวของตนเอง จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกถึงความสนิทใจ ที่มีต่อกัน
แต่ไม่ใช่เล่าแต่เรื่องตนเองตลอดเวลา จนไม่ฟังเรื่องของอีกฝ่ายเลย

5. ไม่ควรทำสิ่งอื่นไปด้วยในเวลาเดียวกัน
เช่น ก้มหน้าเล่นมือถือตลอด หรือ ดูทีวี หรือ เล่นคอมพิวเตอร์ไปด้วย

พบว่า ในยุคไอทีรุ่งเรือง เวลาคุณภาพของการอยู่ด้วยกันจริงๆกับด้อยลง เพราะ พบว่า แม้คู่ของเราเวลาอยู่กับเรา แต่ก้มหน้ามองแต่มือถือ หรือ ตามองแต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา

ทำให้คนอยู่ด้วย ไม่ได้รู้สึกว่าอยู่ด้วยกันจริงๆ
เพราะ สิ่งที่เขาสนใจกลับเป็นมือถือ หรือ คอมพิวเตอร์ หรือ ทีวี มากกว่าตัวเราที่นั่งอยู่ตรงนี้ ทำให้เกิดความน้อยใจ
แม้ตัวอยู่ด้วยกัน แต่ก็ทำให้ รู้สึกว่างเปล่าและว้าเหว่ขึ้นได้

6. การมีช่วงเวลาดีๆให้แก่กัน
ไม่ใช่ปริมาณระยะเวลานะคะ แต่เป็นเรื่องคุณภาพค่ะ
เวลาอาจไม่ต้องเยอะ เพราะ หลายคนมีข้อจำกัดในชีวิต แต่สามารถทำให้ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายดีๆ ได้ค่ะ ด้วยความใส่ใจกันค่ะ

--------------------------

#ขอยกตัวอย่าง พ่อ-ลูก คู่หนึ่ง

คุณพ่อท่านหนึ่ง ไม่ค่อยมีเวลาให้กับลูก เพราะทำงานหาเงินสร้างฐานะ
ลูกรู้สึกว้าเหว่ และ ไม่แน่ใจว่าพ่อรักเขาหรือเปล่า
เมื่ออยู่บ้านในช่วงวันหยุดยาว เขาก็นำงานมาทำ และบอกลูกว่างานนี้ จะทำให้ลูกมีบ้านหลังโตๆ มีของเล่นเยอะๆ
จึงนั่งทำงานจนไม่ได้พูดคุยอะไรกับลูกเลย

สิ่งที่ลูกพูดกับพ่อก็คือ เขาต้องการพ่อ ไม่ได้ต้องการบ้านหลังโตๆ หรือ ของเล่นเยอะๆ
ขอให้พ่ออยู่กับเขา เล่นกับเขา คุยกับเขา ไม่ต้องทำบ้านหลังโตๆ หรือ ของเล่นเยอะๆให้เขาก็ได้

เพราะสิ่งที่เขาต้องการ คือ การมีเวลาดีๆกับพ่อ มากกว่าบ้านหลังโต ของเล่นเยอะๆ ที่พ่อหมกมุ่นทำให้จนลืมใส่ใจเขา

❤ เวลาคุณภาพเป็นการแสดงความรักที่ความหมายมากอย่างหนึ่ง
และ อาจมีความหมายมากกว่าการให้ของขวัญ เงินทอง หรือ คำพูดหวานๆ ค่ะ
เพราะ มันคือ การเติมเต็มความรัก การยอมรับ ความอบอุ่น ความใกล้ชิดกัน และ ลดความรู้สึกว้าเหว่ ให้แก่กันได้อย่างดีค่ะ

😃 "Quality Time"
การมีเวลาที่ดีๆให้แก่กัน
คือ เคล็ดลับสำคัญ
ของการรักษาความสัมพันธ์ที่ดี 😃

--------------------------
#สิ่งที่ต้องระวัง:
บางคนต้องการเวลาคุณภาพจากคนรักมาก
จนอีกฝ่ายรู้สึกว่าขาดอิสระในชีวิต
เช่น ต้องไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ต้องอยู่ด้วยกันตลอด

การที่อีกฝ่ายต้องการเวลาของตัวเองบ้าง ไม่ได้แปลว่าเขาไม่รักนะคะ
เพียงแต่แต่ละคนต้องการพื้นที่ชีวิตความเป็นส่วนตัวไม่เท่ากันค่ะ
บางคนต้องการความเป็นส่วนตัวมาก
บางคนต้องการความเป็นส่วนตัวน้อยค่ะ

ในทางกลับกันควรเคารพพื้นที่ส่วนตัวอีกฝ่ายเช่นกันค่ะ
อย่าให้ความต้องการเวลาคุณภาพมากๆ ทำลายความสัมพันธ์เช่นกันค่ะ

❤ ดังนั้น เวลาคุณภาพ จัดให้พอดี และ ถูกจังหวะ ที่เขาเรียกว่า
"คิดถึงใจเขา-ใจเรา" ค่ะ

...รักอย่างเข้าใจ ไม่มีใครต้องเจ็บ....

บทความโดย ผศ.พญ. ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข

🙂 ท่านใดสนใจรับฟังบทความนี้ สามารถรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🙂
https://youtu.be/3fhxl-S0mnY

-------------------------------
อ่านแนวทางการดูแลคนที่เรารักเพิ่มเติมได้ที่
"รู้จัก 5 ภาษารักเพื่อความเข้าใจในรัก"
https://web.facebook.com/.../a.103915954.../193718472116722/

----------------------------