วันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2567

"การไม่ยอมรับผิดกลับยิ่งทุกข์"เพราะอะไร? และ"การยอมรับผิดช่วยลดความทุกข์"ได้อย่างไร? โดย พญ.ทานตะวัน

 

 



"การไม่ยอมรับผิด กลับยิ่งทุกข์"

ธรรมชาติของจิตใจ
ไม่อยากทุกข์
ไม่อยากรู้สึกแย่กับตนเอง

และ กลไกทางจิตใจ
ที่ใจมักชอบใช้เพื่อปกป้องตนเองไม่ให้รู้สึกผิด รู้สึกแย่กับตนเอง
คือ การไม่ยอมรับผิด

โดยอาจใช้กลไกทางจิตใจ หลายอย่างดังนี้
- การปฏิเสธการรับรู้ความผิดตนเองไปเลย (denial)
- การมีข้อแก้ตัว ให้เหตุผลเข้าข้างตัวเอง (rationalization)
เพื่อให้รู้สึกดีกับตัวเอง
- การโทษคนอื่นแทน เพื่อเพิ่มความดูดีให้ตนเองมากขึ้น
- การหาเหตุผลมาอธิบายเหตุการณ์นู่นนี่ เพื่อให้ความผิดที่เกิดขึ้น มีที่มาที่ไป ตามเหตุผล โดยไม่สัมผัสความรู้สึกผิด รู้สึกแย่ที่ใจตรงๆ (intellectualization)

กลไกทางใจเหล่านี้ทำงานเร็วมาก
เพื่อปกป้องไม่ให้ใจรู้สึกบาดเจ็บ หรือ รู้สึกแย่กับตนเอง

เพราะ ความรู้สึกแย่กับตนเอง เป็นภาวะที่ใจยอมรับได้ยาก

🙁 เพราะอะไร การไม่ยอมรับผิดกลับทำให้ใจทุกข์ ?

ในความจริงหลายครั้งพบว่า
การยิ่งไม่ยอมรับผิดมากเท่าไหร่
กลับไม่ใช่ทางที่ทำให้ใจรู้สึกดีอย่างแท้จริง

เพราะ
- หลายครัังปัญหาไม่ได้ถูกแก้ไข เพราะ วนกับการแก้ตัว
- หลายครั้งปัญหาถูกหมกเม็ด เพราะ ไม่เปิดใจรับรู้ข้อผิดที่เกิดขึ้น
- หลายครั่งกลับยิ่งถลำลึก ทำผิดแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก จนปัญหาขยายกลายเป็นปัญหาใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ จากการไม่ยอมรับผิด หรือ พยายามพิสูจน์ว่าตนเองถูกแล้ว ไม่ผิด จึงเกิดการดื้อแพ่งทำให้ทำผิดซ้ำๆ
- หลายครั้งใจมีความปั่นป่วน เพราะ การพยายามกลบเกลื่อนให้ตนเองไม่ผิด ใจต้องคอยดิ้นรนหาเหตุผลต่างๆนานาเข้าข้างตนเอง
- หลายครั้งใจมีความรู้สึกเจ็บปวด เพราะ ความผิดที่มีก็คอยทิ่มตำใจอยู่

การไม่ยอมรับผิด
จึงกลับส่งผลให้ใจทุกข์

หลายครั้งในความเป็นจริง
ความผิดที่เกิดขึ้น
ไม่ใช้ว่าเราเป็นผู้ทำผิดทั้งหมด
ในเหตุการณ์หนึ่ง
มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
จากเขา
จากเรา
โดยเจตนา
หรือ โดยไม่เจตนา

การพิจารณาอย่างลึกซึ้ง
จะเห็นตามจริงว่า
ส่วนใดที่เราทำผิดไป
เราลองฝึกเปิดใจยอมรับ

🙂 เพราะอะไรการยอมรับผิดตามความเป็นจริงกลับส่งผลให้ใจเป็นสุขมากกว่า ?

เพราะ
1. ใจไม่ต้องคอยหนีความจริง
จะช่วยให้ใจสุขสงบมากขึ้น
เพราะ
ใจที่ต้องคอยหนีความจริง
เป็นการสร้างความโกลาหลให้กับใจ โดยไม่จำเป็น

2. ใจไม่ต้องคอยหนีความรู้สึก โดยเฉพาะความรู้สึกผิด ความรู้สึกแย่กับตัวเอง ความรู้ด้อยค่า เมื่อทำผิด
ใจที่ยอมรับทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้น ตามจริง
คือ ใจที่มีคุณภาพดี

3. ใจมีความกล้าหาญ การเผชิญกับความผิด ไม่ใช่เรื่องง่าย การที่ใจยอมรับความผิดที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะทำโดยเจตนา หรือ ไม่เจตนาก็ตาม คือ ใจที่กล้าหาญ
ใจที่กล้าหาญ กล้าเผชิญความผิดพลาดไป
คือ ใจที่เข้มแข็งของจริง
ใจที่ "หลบเลี่ยงความผิดพลาด" ที่เกิดขึ้น ใจที่ "ยึดติดว่าตนถูกเสมอ" ใจกลับยิ่งอ่อนแอ

4. ใจมีความรู้สึกโล่งเบามากขึ้น ได้ปลดปล่อยตนเองออกเป็นอิสระ จากความยึดติดว่าตนเองว่าต้องไม่ผิด

5. ใจมีโอกาสได้เรียนรู้ เป็นโอกาสเพิ่มความฉลาดทางจิตใจ

6. ใจมีปัญญาที่ลึกซึ้งขึ้น เพราะ ใจมีความเข้าใจโลก เข้าใจชีวิตมากขึ้น
ใจที่มีปัญญาลึกซึ้งขึ้น จะเกิดความรู้สึกมั่นคงจากข้างใน
และ พร้อมต่อยอดความฉลาดทางใจต่อๆไปได้ง่ายยิ่งขึ้น

7. ได้ลงมือแก้ปัญหาจริงๆสักที
ไม่วนกับการแก้ตัวไปแก้ตัวมา หรือ คอยหลบเลี่ยง
จนปัญหาสุมกองอยู่ที่เดิม

บทความโดย ผศ.พญ. ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข

🙂 ท่านใดสนใจรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ สามารถรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🙂
https://youtu.be/pmSGQ5S9MPs


วันเสาร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2567

"พลังชีวิต" พลังสำคัญที่ช่วยให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก โดย พญ.ทานตะวัน

 

 

"เรื่องเล่าจากดอกไม้เล็กๆ ริมระเบียง" 🙂🌼

ต้นคุณนายตื่นสาย
เมื่อปลูกไปสักพัก
คุณนายตื่นบ้าง ไม่ตื่นบ้าง และ ตายไปบ้าง

คุณนายแต่ละดอกมีชีวิตไม่ยาวนานเท่าไหร่นัก
1-2 วัน คุณนายจะหายไป

และ แล้ววันหนึ่งคุณนายก็หายไปหมด

และ วันหนึงคุณนายก็ถูกนกพิราบรุมจิกอย่างหนักมาก
(เพราะ นกพิราบเขาเห็นว่ามีเมล็ดข้าวอยู่ข้างในกระถาง)

วันนั้นคิดว่าคุณนายคงจะไม่รอด
เพราะสภาพคุณนายยับเยินมาก

แต่จู่ๆ วันหนึ่ง หลังจากวันนั้นไม่กี่วัน

คุณนายก็กลับมา พร้อมออกดอกสวยงามเบ่งบาน 3-4 ดอก

คุณนายไม่ใช่แค่รอด แต่คุณนายยังเติบโต และ เบิกบานด้วย

ตนเองรู้สึกชื่นชม "พลังชีวิตของคุณนาย" มาก

คุณนายผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก

คุณนายก็ยังยืนหยัดอยู่

คุณนายไม่ได้ตายไป

คุณนายกลับมา พร้อมพลังชีวิตที่งดงาม

คุณนายสอนสิ่งที่มีค่า

คุณนายสอนให้รู้จักสิ่งที่เรียกว่า "พลังชีวิต"

สอนให้รู้จักสิ่งที่เรียกว่า "resilience (ความสามารถในการฟื้นฟู)"

คุณนายสอนให้รู้ว่า
ขอเพียงยังยืนหยัด
ใช้ชีวิตให้เหมาะสมตามธรรมชาติ
แม้จะเจอสถานการณ์ที่หนักหน่วงมากเพียงใด
สามารถกลับมาได้
และ กลับมาได้อย่างงดงามเสมอ 🙂

#Resilience
#กลับมาใหม่ไฉไลกว่าเดิม

บทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล
------------------------------------------------------

🙂 ท่านใดสนใจรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ สามารถรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ
https://youtu.be/1ohnnxr7HPI 🙂

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข

วันศุกร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2567

Enneagram: เรื่องของคู่เรียนรู้ “ลักษณ์ 9 - ลักษณ์ 9” ในศาสตร์นพลักษณ์ โดย พญ.ทานตะวัน

 

 

"คู่เรียนรู้ 9-9"

คู่เรียนรู้ของคนแต่ละลักษณ์
เพื่อความเข้าใจในตนเอง
ผ่านการเรียนรู้เรื่องลักษณ์อย่างลึกซึ้ง
________________________________________
คู่เรียนรู้ของคนแต่ละลักษณ์

จากศาสตร์ทางคณิตศาสตร์ และ ศาสตร์เรขาคณิตใน Enneagram

4-7 (shadow line)
2-5 (shadow line)
6-8 (เรียนรู้อำนาจ)
1-3 (เรียนรู้ภาพลักษณ์ กับ อุดมคติ)
9-9 (เรียนรู้ตัวเองผ่านคนลักษณ์เดียวกัน ไปรวมกับลักษณ์อื่นจะถูกกลืนหายไปดังรูป)

--------------------------------------------------------------------

9-9

9 เรียนรู้ตนเอง จำเป็นต้องผ่านคนลักษณ์เดียวกัน

เพราะเมื่อ 9 อยู่กับ ลักษณ์อื่น
จะกลืนไปตามลักษณ์นั้น จะเห็นตนเองได้ไม่ชัด

ด้วยเหตุผล 3 ประการ ดังนี้

#จากการปรับตัว_ปรับแบบศูนย์ท้อง

ความเป็นสามเหลี่ยมปรับตัว และ ปรับแบบศูนย์ท้อง
(ปรับโดยสัญชาตญาณ)
การปรับตัวแบบศูนย์ท้อง คือ การกลืนหายไปกับผู้อื่นและบริบทเลย

เมื่อ 9 อยู่ร่วมกับผู้อื่น จะใช้การปรับตัว
แบบ การหลอมรวม และ กลมกลืน (union)
จึงกลายร่างไปคล้ายคนอื่น

เช่น
คิดเหมือนคนอื่น
รู้สึกเหมือนคนอื่น
ทำเหมือนคนอื่น

จึงไม่เห็นว่าตนเอง
จริงๆ

คิดยังไง
รู้สึกยังไง
อยากทำอะไร

#จากกฏทางคณิตศาสตร์ (จากรูป)

และ จากวิธีคิดทางคณิตศาสตร์ (จากรูป)
จะเห็นว่า 9 + เลขตัวไหน
สุดท้ายได้กลับมาเป็นเลขตัวนั้น ค่าของ 9 มันเหมือนกลืนหายไป

และ เงื่่อนไขเดียวที่จะกลับมาเป็น 9 ได้
คือ
9+9 = 18 = 1+8 = 9

ดังนั้น ต้องเป็น 9+9 เท่านั้น จึงจะกลับมาเป็น 9 ได้

คณิตศาสตร์ เป็นสิ่งมหัศจรรย์เสมอ ^ ^

#จากกลไกป้องกันทางจิตใจ

และ อีกสิ่งที่ทำให้ลักษณ์ 9 สังเกตเห็นตนเองได้ยาก
คือ กลไกป้องกันทางจิต ของ ลักษณ์ 9

คือ narcotization

คือ การเสพความชิลล์ หรือ เมาๆ เบลอๆ เคลิ้มๆ ไป
เช่น การตีมึน ไม่รับรู้สิ่งไม่สบายใจ(avoidance) หรือ ใช้ skill แกล้งตาย เป็นพักๆ เพื่อหลบสถานการณ์ที่ยุ่งยากใจ/ขัดแย้งใจ

การใช้กลไกนี้
ทำให้หลบจากผู้คนภายนอก
และ หลบจากใจตนเองด้วย

แบบเนียนๆ

จึงไม่ค่อยรู้จักตัวเอง ไม่ค่อยเห็นตัวเอง
(หลายคร้้งเลย งงๆ กับตัวเอง)

(เหมือนที่ หลบจากคนภายนอก
ทำให้หลายคนบอกว่า เอาเข้าจริงๆ ไม่ค่อยรู้จัก 9 เหมือนกัน ไม่รู้ว่าจริงๆเป็นคนยังไง ชอบอะไร สร้างความงุนงง ให้คนอื่น ประหลาดใจได้บ่อยๆ)

#การเติบโต

การได้เรียนรู้กันเอง 9-9

9 เมื่ออยู่ด้วยกัน
จึงแสดงธรรมชาติของ 9 ออกมาได้ชัดที่สุด

เรียนรู้โดยผ่านการสังเกต (observe) กันและกัน

เพื่อรู้จักธรรมชาติของตนเอง ผ่านคนลักษณ์เดียวกัน

เพราะ สำหรับลักษณ์ 9

การพัฒนาตนเองที่สำคัญ
คือ การกลับมา "เห็นตัวตนตัวเอง"

โดยเฉพาะด้านที่ 9 รู้สึกว่าเป็นด้านลบ
(ซึ่ง 9 มักจะหลบจนไม่เห็น)

- เห็นการหลอมรวม
- เห็นการกลมกลืน
- เห็นการเสพความชิลล์
- เห็นการตีมึน
- เห็นการหลบปัญหา
- เห็นการเบลอภาพ
- เห็นการพรางตัว
- เห็นการกังวล และ sensitive กับความขัดแย้ง
- เห็นความโกรธ หงุดหงิด ขุ่นเคือง
- เห็นความดื้อ (เงียบ)
- เห็นความหลงลืม (ตัวเอง คนใกล้ตัว สถานการณ์ในชีวิต และ สิ่งของ)
- เห็นการตัดสิน
- เห็นการคิดแทนคนอื่น
- เห็นความต้องการ
- เห็นความอึดและทน
- เห็นความรู้สึกที่ซ่อนอยู่
- เห็นความอยากเป็นคนสำคัญ
- เห็นความน่ารัก
- เห็นความใจดี ใจกว้าง เอื้อเฟื้อ
- เห็นความรักสงบ
- เห็นความเห็นใจผู้อื่น
- เห็นการห่วงคนอื่น (มากเกินในบางที)

ฯลฯ

- และ ที่สุด คือ การเห็นเป้าหมายตัวเอง และ รู้จักตัวเองอย่างแท้จริง

ดังนั้นการเรียนรู้ของ 9 ผ่าน 9 ด้วยกัน
จึงช่วยให้ 9 เห็นธรรมชาติ ขั้นพื้นฐานของตัวเองชัดขึ้น

นำมาสู่การเข้าถึงการเรียนรู้ และ รู้จักตัวเอง
ในขั้น"หลุดพ้น" จากตัวเอง อย่างแท้จริงต่อไป 😃

ปล.ถ้า 9 เห็นอะไรมากกว่านี้ ช่วยกันเขียนได้ค่ะ ช่วยกันเติบโตค่ะ 🙂

🙂 ท่านใดสนใจรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ สามารถรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🙂
https://youtu.be/eak1rCHf13o

บทความโดย พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

---------------------------------
❤ ขอขอบคุณความรู้ "Enneatype สู่ Enneagram"
โดย อ.เมธี จันทรา และ อ.ตู่ กาญจนาพร มีใหญ่ เพอร์กินส์ มากค่ะ
นำมาสู่ความเข้าใจคู่เรียนรู้ได้อย่างลึกซึ้งค่ะ 🙂 🙏
@Psychedelic Zen Tu Perkins
---------------------------------------------------
#enneagram
#เอ็นเนียแกรม
#นพลักษณ์
#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข