วันเสาร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2567

Enneagram: เรื่องของคู่เรียนรู้ “ลักษณ์ 4 - ลักษณ์ 7” ในศาสตร์นพลักษณ์ โดย พญ.ทานตะวัน

 

 
"คู่เรียนรู้ 4-7"

คู่เรียนรู้ของคนแต่ละลักษณ์
เพื่อความเข้าใจในตนเอง
ผ่านการเรียนรู้เรื่องลักษณ์อย่างลึกซึ้ง

________________________________________
คู่เรียนรู้ของคนแต่ละลักษณ์

จากศาสตร์ทางคณิตศาสตร์ และ ศาสตร์เรขาคณิตใน Enneagram

4-7 (shadow line)
2-5 (shadow line)
6-8 (เรียนรู้อำนาจ)
1-3 (เรียนรู้ภาพลักษณ์ กับ อุดมคติ)
9-9 (เรียนรู้ตัวเองผ่านคนลักษณ์เดียวกัน ไปรวมกับลักษณ์อื่นจะไม่ได้เรียนรู้ตัวเอง
เพราะไม่เห็นตัวเอง จะกลืนไปกับลักษณ์นั้น)
__________________________________________

4 และ 7

คู่ความต่างสุดขั้ว : ที่เปิดโลกของกันและกัน

7 ใช้กลไกป้องกันทางจิต
คือ rationalization
กลไกนี้จะใช้ความคิดเหตุผลดีๆ
เพื่อป้องกันใจ ไม่ให้จมจ่อม
หรือ อยู่กับ อารมณ์ และ ความทุกข์
และ
กลไกนี้ ช่วยให้มีไอเดียบรรเจิด สร้างสรรค์
และ นอกกรอบ
ด้วยความเชื่อที่ว่า สิ่งที่ตนคิด คือ ดี และ เจ๋ง

4 ใช้กลไกป้องทางจิต
คือ introjection
กลไกการกลืนทุกสิ่งเข้ามาสู่ใจ
กลไกนี้จะเสพทุกสิ่ง
(อารมณ์ ความคิด บรรยากาศ ผู้คน ฯลฯ)
เข้าสู่ใจ ใจจะเข้าถึงอารมณ์ทีสุดขั้วที่สุด
ลึกซึ้งที่สุด ผ่านการกลืนมัน ดูดซับมันเข้ามา

7 comedy
4 tragedy

7 มีไอเดียเป็นเครื่องนำชีวิต
4 มีอารมณ์เป็นเครื่องนำชีวิต

7 ปรู๊ดปร๊าด
4 นิ่งๆ แช่ๆ

7 ชอบชิม
4 ชอบเสพ

7 vector ลูกศร ชี้ขี้น
4 vector ลูกศร ชี้ลง

7 คิดว่องไว โปรเจคเยอะ
ไม่สนใจ สิว 1 เม็ด
(เอาเวลาไปสนใจ สิ่งว้าวๆ น่าตื่นเต้น อย่างอื่นดีกว่า)

4 ละเลียดอยู่กับความคิด และ อารมณ์
วนเวียนอยู่กับ สิว 1 เม็ด
(บางคร้้งสามารถรำพัน เกี่ยวกับสิว 1 เม็ด
ว่าคือ โศกนาฏกรรมชีวิต ได้เป็นบทกวีที่ลึกซึ้งได้)

7 มาไว ไปไว คล่องแคล่ว ไม่อยู่นาน ล่องลอย
4 ละเมียดละไม อ่อยอิ่ง จมจ่อม และ จมดิ่ง

7 เห็นเชิงกว้างได้ดี
4 เห็นเชิงลึกได้ดี

7 ปรารถนา เสพ ความคิด/ข้อมูล สุดยอด
4 ปรารถนา เสพ อารมณ์ สุดยอด

#ความเหมือนในความต่าง

สิ่งที่มีร่วมกัน

ปรารถนาความเป็นสุดยอด

ภูมิใจที่ตนเป็นผู้ค้นพบ ความสุดยอด

ปรารถนาพาผู้คนไปร่วมเสพความสุดยอดนั้น

เสียใจ ผิดหวัง เมื่อผู้คนที่พาไป ไม่รู้สึกสิ่งที่ตนค้นพบนั้นสุดยอด

ภูมิใจมาก เมื่อผูัคน พูดถึงว่าตนคือ ผูัค้นพบสิ่งสุดยอด

ภูมิใจมากที่สุด เมื่อ ผูัคน พูดถึง ว่าตนคือ สุดยอด

7 เจ๋ง
4 พิเศษ

#การเติบโต

7 เรียนรู้จาก 4
เมื่อ 7 เรียนรู้ ความลึกซึ่ง ลุ่มลึกทางอารมณ์
จึงเข้าถึงประสบการณ์สุดยอดที่แท้จริง
ที่ต้องใช้ใจเท่านั้นจึงจะเข้าถึง
(ชนิดที่ความคิดไม่เคยพาไปถึงได้เลย)

"อารมณ์ที่ฟูมฟาย
แม้กระทั่งอารมณ์ทุกข์และเศร้ารันทด
ไม่ใช่สิ่งน่ากลัว
แต่คือ ความงาม ชนิดหนึ่ง คือ พลังชนิดหนึ่ง"

เพราะ 7 ฉลาดทุกอย่าง แต่ขาดมิติ ของใจ

การที่ 7 ได้เข้าถึง มิติ ของอารมณ์
คือ การเปิดประตูใจ
จะเข้าถึงประสบการณ์และได้ค้นพบชุดข้อมูลที่สุดยอดที่สุด
การได้นิ่งๆ แช่ๆ บ้าง
ลดความปรู๊ดปร๊าดลงจะช่วยได้

4 เมื่อเรียนรู้จาก 7
ถอนสายตาที่มักมองลง ไปเป็นมองกว้าง

เห็นสรรพสิ่งมากกว่าที่ใช้อารมณ์อย่างเดียว

เข้าใจโลกมากกว่า ที่เคยคิดว่าตนเข้าใจ
จะเป็น 4 ที่ลุ่มลึกอย่างแท้จริง

"โลกที่สดใส ก็งดงามได้เช่นกัน
ความงาม ไม่จำเป็นต้องมีแต่สีหม่นเท่านั้น"

🙂 ท่านใดสนใจรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้
สามารถรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🙂
https://youtu.be/_3JXHNMslPI

---------------------------------
❤ ขอขอบคุณความรู้ "Enneatype สู่ Enneagram"
โดย อ.เมธี จันทรา และ อ.ตู่ กาญจนาพร มีใหญ่ เพอร์กินส์ มากค่ะ
นำมาสู่ความเข้าใจคู่เรียนรู้ได้อย่างลึกซึ้งค่ะ 🙂 🙏
Psychedelic Zen Tu Perkins

---------------------------------------------------
บทความโดย พญ. ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

#enneagram
#เอ็นเนียแกรม
#นพลักษณ์

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข

วันศุกร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2567

การฟังที่ดี คือ อะไร? รู้จัก 10 แนวทางที่ช่วยให้เราเป็นผู้ฟังที่ดี โดย พญ.ทานตะวัน

 

 

การฟังที่ดี คือ อะไร ?
การฟังที่ดี ให้ประโยชน์อย่างไร ?
แนวทางที่ช่วยให้เราเป็นผู้ฟังที่ดีมีอะไรบ้าง ?

สามารถรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🙂
https://www.youtube.com/watch?v=8F6I7hW_KN0

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข 

วันพฤหัสบดีที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2567

Enneagram: เรื่องของคู่เรียนรู้ “ลักษณ์ 1 - ลักษณ์ 3” ในศาสตร์นพลักษณ์ โดย พญ.ทานตะวัน

 

 

"คู่เรียนรู้ 3-1"

คู่เรียนรู้ของคนแต่ละลักษณ์
เพื่อความเข้าใจในตนเอง
ผ่านการเรียนรู้เรื่องลักษณ์อย่างลึกซึ้ง
_______________________________________
คู่เรียนรู้ของคนแต่ละลักษณ์

จากศาสตร์ทางคณิตศาสตร์ และ ศาสตร์เรขาคณิตใน Enneagram

4-7 (shadow line)
2-5 (shadow line)
6-8 (เรียนรู้อำนาจ)
1-3 (เรียนรู้ภาพลักษณ์ กับ อุดมคติ)
9-9 (เรียนรู้ตัวเองผ่านคนลักษณ์เดียวกัน ไปรวมกับลักษณ์อื่นจะไม่ได้เรียนรู้ตัวเอง
เพราะไม่เห็นตัวเอง จะกลืนไปกับลักษณ์นั้น)

______________________________________

"คู่เรียนรู้ 1-3 "

(เรียนรู้ ภาพลักษณ์ กับ อุดมคติ)

✍️ ลักษณ์ 1 ภาพรวม/สิ่งจับต้องได้ --> มายา

ลักษณ์ 1 ใฝ่หามายาที่มีคุณภาพ
คือ อุดมคติ

✍️ ลักษณ์ 3 มายา --> ภาพรวม/สิ่งทีจับต้องได้

ลักษณ์ 3 ทำ "มายา" ให้ไปสู่ "สิ่งที่จับต้องได้"
คือ ภาพลักษณ์

✍️ "ภาพลักษณ์" และ "อุดมคติ"
ล้วน คือ มายา

เพียงแต่อยู่คนละเหลี่ยมมุม

✍️ ลักษณ์ 3
จับไปที่ภาพที่เป็นความงามอุดมคติ(ในสายตาผู้คน)
และ ฉายภาพความงามชวนฝันนั้นไปสู่ใจผู้คน
เพื่อให้ได้ใจคน เพื่อผู้คนและตนเห็นว่า "ตนเองเป็นคนในอุดมคติ"

ทั้งหมดนี้ คือ "ภาพลักษณ์"

✍️ ลักษณ์ 1
สื่อสาร ความดี /ความจริง /ความถูกต้อง
ในรูปแบบการกระทำ (เป็นสิ่งที่จับต้องได้)
--> ไปสู่สิ่งที่ดีทีสุด

ทั้งหมดนี้ คือ อุดมคติ

อุดมคติ เป็น มายาคติชนิดหนึ่ง
เป็นมายาที่ใฝ่หาคุณค่า

🙂 🙂 🙂 🙂 🙂 🙂 🙂 🙂

#การเติบโต

❤ เมื่อ 1 ได้เรียนรู้จาก 3

จึงรู้จัก "มายาคติ" คือ อะไร

1 จึงตระหนักได้ว่า

ตนกำลังติดกับดับ ของมายาคติ อยู่เช่นกัน

"มายาคติ" ซึ่งแปลงร่างมาในรูปที่งดงาม และ สูงค่ามาก ชื่อว่า "อุดมคติ"

สิ่งที่ตนเองมุ่งกระทำไป เพื่อไปสู่อุดมคติ ที่แท้คือ
การวิ่งไปสู่ มายาคติ นั่นเอง

เพราะ อุดมคติ คือ ความปรุงแต่ง

ความปรุงแต่ง ล้วนคือ มายาคติ

จากคลายออกจาก การยึดถือ มายาคติ ที่ชื่อว่า อุดมคติ
จึง เข้าสู่ การเห็น "ความดี ความจริง และ ความถูกต้อง" ที่แท้จริง

สิ่งสำคัญ ของ 1 คือ บางที ความดี ความจริง และ ความถูกต้อง
ปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้ว

แต่กลับมองไม่เห็น

เพราะ ถูกมายาคติ ที่ชื่อว่า อุดมคติ บังตา

การตระหนักได้ว่า ตนถูกมายาคติ บังตา
จึงเข้าถึง คุณค่าที่เป็นความดี ความจริง และ ความถูกต้อง ที่ตามหามานาน
ซึ่งคือ ธรรมชาติ ของตนเอง ผู้คนรอบตัว และ สรรพสิ่ง ที่เป็นอย่างที่มันเป็น

🙂 🙂 🙂 🙂 🙂 🙂 🙂 🙂

❤ เมื่อ 3 ได้เรียนรู้จาก 1

ความ 3 คือ การนำตัวไปอยู่ที่มายาภาพ (ภาพลักษณ์ที่ดูดี)

และ ฉายภาพออกไปให้คนได้ชื่นชม
เป็นภาพสวยชวนฝันในแบบ "คนในอุดมคติ"
ของสังคมส่วนใหญ่ที่ตนอยู่

แต่เมื่อ 3 ได้เรียนรู้ จาก 1
จึงรู้จักว่า "อุดมคติ ที่แท้จริง คือ อะไร"

อะไร คือ ความงามที่แท้จริง

คุณค่า ของ ความงาม อยู่ที่ใด

(เพราะ 3 เล่นกับการเป็นภาพในอุดมคติของผู้คน

แต่ ไม่รู้จัก อุดมคติ ที่แท้จริง คืออะไร
คุณค่าของอุดมคติ อยู่ตรงไหน)

การได้เรียนรู้จาก 1 จึง รู้จักว่า

อุดมคติ ที่แท้จริง คืออะไร

เพราะ อุดมคติ ที่จับใจผู้ชม ไม่ใช่ งานภาพเหมือน(ภาพเสมือน)

แต่คือ คุณค่าข้างใน

ถ้า 3 เข้าถึงคุณค่า ของ สิ่งที่ตนกำลังฉายออกไปให้ผู้อื่นได้ชื่นชม

จะเป็นจุดคลี่คลายของ 3
คือ การออกจาก มายา เข้าถึง แก่นคุณค่าของความดี และ ความงาม

เพราะ การที่ 3 อยู่กับ มายาภาพ และ เข้าไม่ถึงแก่นและคุณค่าของภาพนั้น

จึงหาคุณค่าที่แท้จริงของตนเองไม่เจอ

หลายคนจึงรู้สึกกลวง
จึงต้องวิ่งหาภาพ มายาสวยๆ สวมไปเรื่อยๆ อย่างไม่สิ้นสุด

แต่ 3 ที่ได้เข้าใจเข้าถึงแก่นและ คุณค่า ของความดี ความงาม
จึง หาตัวเองเจอ และ สร้างงานที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง

🙂 ท่านใดสนใจรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้ สามารถรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🙂
https://youtu.be/hVZjgDiFzLk

---------------------------------
❤ ขอขอบคุณความรู้ "Enneatype สู่ Enneagram"
โดย อ.เมธี จันทรา และ อ.ตู่ กาญจนาพร มีใหญ่ เพอร์กินส์ มากค่ะ
นำมาสู่ความเข้าใจคู่เรียนรู้ได้อย่างลึกซึ้งค่ะ 🙂 🙏
Psychedelic Zen Tu Perkins

---------------------------------------------------
บทความโดย พญ. ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

#enneagram
#เอ็นเนียแกรม
#นพลักษณ์

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข