"เมื่อคนใกล้ตัวมีความเครียด เราควรดูแลเขาอย่างไร ?"
แนวทางดังนี้ค่ะ
ในขั้นนี้ พบว่า ช่วยให้คนทุกข์ใจน้อยลงไปมากทีเดียวค่ะ
(หลายคนบอกว่าความทุกข์ลดลงไปเกิน 50%)
เพราะ บางทีเวลาเราทุกข์
เราแค่ต้องการใครสักคนที่ใส่ใจ รับฟังเรา อยู่เคียงข้างเรา เท่านั้นค่ะ
ส่วนแนวทางแก้ปัญหา จะค่อยๆคิดเองได้ เมื่อใจพร้อมค่ะ
ดังนั้น ขั้นตอนที่ 1 นี้จึงสำคัญมากๆ ในการเยียวยาแผลใจค่ะ
แม้ว่าแนวคิดของเขาเราอาจไม่เห็นด้วย
การเปิดใจ วางการตัดสิน วางอคติลง
เป็นสิ่งสำคัญ
แล้วเราจะเข้าใจเขาและปัญหาที่เกิดกับเขามากขึ้น
ขั้นตอนความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญมาก
เราไม่สามารถดูแลใครได้ดีเลย
ถ้าปราศจากความเข้าใจ
คำแนะนำที่เหมาะสมคืออะไร?
คำแนะนำที่เหมาะสม
คือ คำแนะนำที่มาจากความเข้าใจในตัวเขาและปัญหาที่เกิดขึ้น
ดังนั้น
ไม่ควรรีบแนะนำ...
ถ้ายังไม่เข้าใจในตัวเขาและปัญหา
เพราะ
จะยิ่งทำให้รู้สึกแย่
มากกว่าจะรู้สึกดี
โดยการชี้ให้เขาเห็นศักยภาพในตัวเขา
เพื่อให้เขาเกิดความเชื่อมั่นตนเองมากขึ้น
ว่าเขามีดีพอที่จะสามารถเผชิญต่อปัญหานั้นได้
ข้อควรระวัง
ถ้าเขายังไม่สามารถเห็นข้อดีในตัวเขา อย่าไปกดดันว่าเขาต้องเห็นในตอนนี้
ควรใจเย็น และ ให้เวลาเขา
ถ้าความรู้สึกเครียดนี้มีมากจนรับมือไม่ไหว
แนะนำการพบผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจ
เช่น จิตแพทย์ หรือ นักจิตวิทยา
เป็นทางออกหนึ่งที่ช่วยได้นะคะ
ขออนุญาตแปะลิงค์รวม
รวมรายชื่อ โรงพยาบาล และ คลินิกที่มีจิตแพทย์ทั่วประเทศค่ะ
https://web.facebook.com/.../a.49979.../2011213002316039/...
----------------------------------------------------------------------------------------
บทส่งท้าย
#ความเข้าใจธรรมชาติของปัญหาในโลกนี้
1. ในโลกนี้มีปัญหาอยู่ 2 แบบ
แบบที่แก้ไขด้วยตนเราได้ กับ แบบที่แก้ไขด้วยตัวเราไม่ได้
- แบบที่แก้ไขได้
คิดหาวิธีแก้ปัญหา และ ทำให้เต็มที่ ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
- ส่วนที่แก้ไขไม่ได้ เพราะอยู่นอกเหนืออำนาจการจัดการหรือการควบคุมแล้ว
แนะนำว่า
ฝึกที่จะปล่อยวาง ยอมรับมันอย่างที่เป็นแล้วค่ะ
เพราะ คิดไป เครียดไป ก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ่น
มีแต่ทำให้ทุกข์ไปเปล่าๆ โดยใช่เหตุค่ะ
ตัวอย่าง
เช่น กลัวการสอบ กลัวคะแนนไม่ดี
หน้าที่ก็คืออ่านหนังสือ
และ เมื่อทำเต็มที่ ต้องฝึกปล่อยวาง
เพราะคิดมากไปก็ช่วยอะไรให้ดีขึ้นไม่ได้แล้วค่ะ
หรือ กลัวคนไม่รัก
สิ่งที่ทำได้ คือ ดูแลความสัมพันธ์ให้ดี ด้วยความรัก และ ความเข้าใจ
แต่เมื่อทำเต็มที่ ดีทีสุดแล้ว ไม่ได้เพิกเฉยเกินไป และ ไม่ได้ดูแลมากเกินไป
อีกฝ่ายยังไม่รัก
สิ่งที่ทำได้ และ ควรทำคือ
ต้องฝึกที่จะปล่อยวาง ทำใจยอมรับมันอย่างที่เป็น
ไม่มีใครบังคับใครให้มารัก มาชอบได้
เป็นต้น
2. เมื่อฝึกปล่อยวาง ฝึกยอมรับ และ ฝึกเข้าใจธรรมชาติ ของปัญหา
จิตใจจะสงบขึ้น เพราะ ดิ้นรนน้อยลง ใจจะมีความสุขมากขึ้นค่ะ
แต่ถ้าความรู้สึกเครียดนี้มีมากจนรับมือไม่ไหว
แนะนำการพบผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจ
เช่น จิตแพทย์ หรือ นักจิตวิทยา
เป็นทางออกหนึ่งที่ช่วยได้นะคะ
บทความโดย ผศ.พญ. ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล
#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข
-----------------------------
สามารถรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=3OOnbOynpJE